- 06 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ร้อยตรี ยุทธพงษ์ วงเพ็ง ทหารหัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าวที่ 2 ประจำพื้นที่ จ.ชัยนาท พร้อมด้วย นายทะนงศักดิ์ บุญภิรมย์ ปลัดอาวุโสอำเภอสรรคบุรี และนายวิเศษ ทับมงคล ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี เดินทางไปพบ นายเหลือ มั่นคง อายุ 85 ปี กับ นางแถม ทองแท้ อายุ 81 ปี สองตายายผัวเมีย ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 3 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่าสองตา-ยาย อยู่บ้านมุงฝาสังกะสี ถูกพ่อค้าเร่ชักชวนให้ติดตั้งเครื่องตัดกระแสไฟฟ้า แล้วกลับมาเรียกรับเงินอีกหลายรอบ ทำให้ต้องสูญเงินที่เก็บหอมรอบริมมาทั้งชีวิตจำนวน 31,500 บาท
โดยนายเหลือและนางแถม อาศัยอยู่เพียงลำพัง ภายในบ้านใต้ถุนสูงมุงฝาสังกะสี 3 ด้าน ซึ่งนายเหลือมีอาชีพเป็นสัปเหร่อ ส่วนนางแถมปลูกผักสวนครัวขาย จากการสอบถาม นายเหลือ เล่าว่า เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ชายไม่ทราบชื่อ แต่รู้ว่าเป็นลูกเขยของคนที่รู้จัก ได้เข้ามาที่บ้าน มาขายเครื่องตัดกระแสไฟฟ้า พยายามคะยั้นคะยอให้ซื้อ แล้วก็ขึ้นไปบนบ้าน ถอดแผงคัทเอ้าท์ของเดิมออก แล้วนำเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าที่เอามาขายติดตั้งเข้าไปใหม่ แล้วก็เรียกเก็บเงินจำนวน 12,000 บาท ซึ่งตนได้ยอมจ่ายให้ไป เพราะไม่มีความรู้และอ่านหนังสือไม่ออก แต่หลังจากติดตั้งเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าได้ไม่นาน สายไฟบริเวณใต้ถุนบ้าน ก็เกิดเพลิงไหม้ขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้น 1 เดือนต่อมา ก็มีผู้ชายอีก 2 คน ขับรถกระบะสีขาวมาจอดหน้าบ้าน แล้วเข้ามาหา บอกว่าเป็นลูกพี่ของชายคนแรกที่มาติดตั้งเครื่องให้ โดยนำเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าตัวใหม่มาเปลี่ยนให้ แล้วเรียกเก็บเงินไปอีก 11,000 บาท และเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ผู้ชาย 2 คน ก็เข้ามาหาอีก ขอเรียกเก็บเงินอีก 8,500 บาท ตนบอกไม่มีเงิน แต่ชาย 2 คน ไม่เชื่อ พยายามรื้อค้นตามตัวและกระเป๋าสะพายของตน อีกทั้งยังพูดจาข่มขู่และตะคอกให้รีบจ่ายเงิน ตนและภรรยาเกิดความกลัว เพราะอยู่กันแค่ 2 คน จึงยอมให้เงิน 8,500 บาทไป เมื่อเพื่อนบ้านรู้เรื่องจึงนำเรื่องไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทหารทราบ ซึ่งเงินทั้งหมดที่เสียไปรวมจำนวน 31,500 บาท เป็นเงินที่เก็บหอมรอมริบไว้ จากการทำงานเป็นสัปเหร่อและขายพืชผักสวนครัวที่ปลูกไว้รอบบ้าน รวมทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่รัฐบาลจ่ายให้ทุกเดือน
ด้านพ่อค้าเร่คนแรก ที่ขายเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าให้กับนายเหลือ ได้เดินทางเข้าไปชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ทหาร โดยบอกว่าตนขายสินค้าให้กับนายเหลือจริง แต่ได้มีการตกลงซื้อขายกัน โดยตนไม่ได้บังคับ และได้เรียกเก็บเงินสดไปเพียงแค่ 7,000 บาทเท่านั้น พร้อมกับรับประกันเครื่องให้ 5 ปี ซึ่งหลังจากติดตั้งเครื่องเสร็จแล้ว ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนกระทั่งมาทราบเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้จักกับชาย 2 คน ที่อ้างชื่อตน ซึ่งตนคิดว่าอาจเป็นคู่แข่งที่ต้องการทำลายชื่อเสียงตนทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารและปลัดอำเภอ ได้ให้นายเหลือ ผู้เสียหาย เข้าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สรรคบุรี เพื่อให้ติดตามชายทั้ง 3 คน มาทำการสอบสวนและดำเนินคดี
ข่าว/ภาพ ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยนาท
