- 08 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 7 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.เขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง น.ส.จันทร์จิรา ธิวงศ์เงิน หรือ มะปราง อายุ 20 ปี เจ้าของคลินิก “ ดีไวน์คลินิกเวชกรรม “ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ทระนง ศรีคำวัง รอง ผกก.(สอบสวน) พร้อมกับทนายความ เพื่อทำการสอบสวนและให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อกล่าวหา ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่ง น.ส.จันทร์จิรา ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ให้การประกันตัวโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทั้งนี้ในวันนี้ น.ส.จันทร์จิรา นั้นได้นำสมุดบัญชีเงินฝากของบริษัทดีไวน์คลีนิกเวชกรรม จำนวน 5 เล่มมามอบให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบความเคลื่อนไหว โดยที่ทางเจ้าหน้าได้สั่งอายัดบัญชีกับทางธนาคารเอาไว้แล้ว และทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังได้นำโทรศัพท์มือถือของ น.ส.จันทร์จิรา ไปตรวจสอบการใช้งานสื่อสารในช่องทางต่างๆเพื่อเชื่อมโยงติดตามหาหมอตัวปลอม หรือ นายธนัชพงศ์ จิตรธีรภิรมย์ หรือเบญ ผู้ต้องหาตามหมายจับ สภ.เขลางค์นคร ในข้อหาฆ่าคนอื่นโดยเจตนา จากการสอบสวน น.ส.จันทร์จิรา ก็ได้เปิดปากพูดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนนั้นได้รู้จักกับ นายธนัชพงศ์ จิตรธีรภิรมย์ หรือเบญ คนที่แอบอ้างเป็น หมอดิว และอยู่ทำงานด้วยกันที่กรุงเทพมาก่อน ทั้งนี้ในครั้งนั้นอ้างว่าชื่อ “ หมอกิม “ ก่อนจะไปเปิดคลินิกที่ จ.สระแก้ว และก็เกิดปัญหา จึงย้ายมาเปิดที่ จ.ลำปาง และได้บอกอีกว่า “ ตนนั้นรู้มาโดยตลอดว่า นายธนัชพงศ์ นั้นไม่ใช่หมอที่แท้จริง “
โดยทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมานั้น ทาง พ.ต.อ. จิตตพล วงษ์วัน ผกก.สภ.เขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง ได้เปิดเผยว่า ทางศาลจังหวัดลำปางได้อนุมัติหมายจับ นายธนัชพงศ์ จิตรธีรภิรมย์ อายุ 29 ปี “ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา “ และหลังจากที่ นายธนัชพงศ์ จิตรธีรภิรมย์ หรือว่า เบญ มีชื่อเดิมว่า นาย อนุพงศ์ เรือนสุข ได้แอบอ้างว่า เป็น หมอดิว หรือ นพ.จิรเดช เกตุรัตนกุล ทำศัลยกรรมทรวงอกให้กับสาวประเภทสองซึ่งเป็นชาว จ.ลำพูน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำการผ่าตัดที่คลินิกดีไวน์คลินิกเวชกรรม และภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นคลินิกเถื่อน ทั้งนี้ทาง สภ.เขลางค์นครนั้นได้รวบรวมหลังฐานและพยานผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความ รวมไปถึงญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งทาง นายธนัชพงศ์ จิตรธีรภิรมย์ หรือ เบญ นั้นได้เดินทางไปงานศพ และได้ไปตกลงกับญาติผู้เสียชีวิต ไว้ว่าจะชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงินจำนวน 3.2 ล้านบาท นายธนัชพงศ์ได้ขอชดใช้ในเบื้องต้น เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท แต่ทางญาติบอกว่าไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายในงานศพ นายธนัชพงศ์จึงออกปากว่าจะเพิ่มให้เป็นจำนวน 500,000 บาท และหลังจากนี้จะขอจ่ายให้อีก 1.5 ล้านบาท โดนจะขอผ่อนจ่ายภายในเวลา 1 ปี 6 เดือน และยังบอกอีกว่า จะให้เงินพิเศษชดเชยเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 20 ปี และนายธนัชพงศ์ รับปากว่าขอจ่ายเงินก้อนแรก จำนวน 300,000 บาท ในวันฌาปนกิจศพที่สุสานในวันที่ 2 พย. ที่ผ่านมา และภายใน 15 วัน จะจ่ายอีก 200,000 บาท
แต่เมื่อถึงเวลานั้นนายธนัชพงศ์ ก็ไม่ได้เดินทางไปจ่ายแต่อย่างใด ทางญาติจึงโทรหา นายธนัชพงศ์อ้างว่า ตำรวจเรียกพบเสร็จแล้วจะรีบไปพบ ทั้งนื้รอจนถึงเย็นนายธนัชพงศ์ก็ยังไม่มาและก็ไม่สามารถติดต่อนายธนัชพงศ์ไม่ได้อีกเลย และมารู้ภายหลังอีกว่า นายธนัชพงศ์นั้นเป็นหมอปลอม พร้อมทั้งยังมีหมายจับอีก 5 หมาย และทางญาติไม่ได้รับเงินเยียวยาจากคลินิกแต่อย่างใด จึงได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจให้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีต่อไป
และวันนี้อีกทั้งวันนั้นยังได้มี ผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมอีกหลายราย ซึ่งผู้เสียหายนั้นมีทั้งทำเสร็จแต่ไม่ดี และ ได้มีนายริว นั้นอยู่ในระหว่างการรักษา ซึ่งทางคลินิกนัดให้ไปดูอาการช่วงสิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านนั้น พอดีมีเรื่องทางคลินิกเกิดขึ้นมา ตอนนี้เริ่มมีอาการคันที่บริเวณปลายจมูกและจมูกเริ่มเบี้ยวและมีอาการเจ็บ และหลังจากที่คลีนิกนั้นปิดตัวลงตนไม่รู้จะติดต่อใครได้ อีกทั้งยังมารู้ว่าคลินิกที่ตนมารักษานั้นเป้นคลีนิกเถื่อนและหมอปลอม และตนได้ไปถามรักษาที่คลินิกอื่นนั้น ตนต้องใช้เงินเพิ่มอีก 5,000 บาท ตนจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในขณะนี้นั้นได้มีผู้เสียหานรวมตัวกันเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์มากกว่า 30 ราย มูลค่าเสียหายมากกว่าหลายแสนบาทแล้ว
ภาพ/ข่าว กัญญสร ถิ่นทิพย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ลำปาง
