- 09 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 เวลา 08.00น. นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธานฝ่ายไทย ร่วม พ.อ.กิดากร จันทรา ผบ.ฉก.ม.3 นายศิระ สว่างศิลป์ ผอ.กองเขตแดน กระทรวงต่างประเทศ นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย นายกฤตย์ สวาสดิ์มิตร ผอ.ชลประทานจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือ ในการสร้างฝายน้ำล้น ทำจากไม้ไผ่ และทำอย่างไรไม่ให้น้ำท้วม จังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมา ตรงข้ามอำเภอแม่สาย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน จากกรณีเกิดภัยธรรมชาติ ช่วงฤดูฝนน้ำท่วมจังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมา และ ฤดูแล้งเกษตรกรแม่สายได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำใช้เพาะปลูก ทำให้เกิดปัญหาแม่น้ำสายที่กั้นระหว่างชายแดนทั้งสองประเทศ ทำให้ไทยได้ยื่นข้อเสนอสร้างฝายน้ำล้นจากวัสดุไม้ไผ่ทั้ง 3จุด ทางพม่าขอต้องสร้างตามข้อกำหนด ทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องหารือ หาข้อสรุปร่วมกันในระดับท้องถิ่น ขึ้นอีกครั้ง ต่อมาเมื่อเวลา 09.00น.ของวันเดียวกัน ทางคณะกรรมการไทย ได้เดินทาง ข้ามไปประชุมที่โรงแรมอาข่า จังหวัดท่าขี้เหล็ก โดยมีนายติน วินฉ่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็กพร้อมคณะ ให้การต้อนรับคณะกรรมการไทย
ทางการเมียนมา มีนายอูซอซอ เลขาธิการ สํานักนายกรัฐมนตรีรัฐฉาน ลำน้ำสาย เป็นประธานฝ่ายเมียนมา และ ผู้ว่าราชการท่าขี้เหล็ก นายอำเภอท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางเมียนมา ที่รับผิดชอบแม่น้ำสาย เข้าร่วมประชุม ทางการเมียนมาได้ยื่นข้อเสนอ ให้คณะกรรมการไทยระดับท้องถิ่น ให้ทางเจ้าหน้าที่ไทย ที่รับผิดชอบลำน้ำสาย ให้ทำการรื้อวัสดุ ทราย หิน ไม้ ที่อยู่ในแม่น้ำสายออกให้หมด ก่อนที่จะสร้างฝ่ายชั่วคราว ขึ้น และจะต้องสร้างด้วยไม้ไผ่ ตามที่ช่างเทคนิคทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ ฝายไม้ไผ่จะต้องต่ำกว่าบนผิวดินตาฝั่ง 1 เมตร ความลึก 1.7 เมตร ระยะห่างของไม้ไผ่ 6นิ้ว และให้ทำ 3 แถวจากที่ไทยขอ 5แถว ไม่ให้ใช้กระสอบทรายหรือหิน และให้สร้าง 3จุด คือ ท่ากล่ำชลประทานแม่สาย ท่ากล่ำบ้านเหมืองแดง และ ฝายบ้านเวียงหอม
ส่วนคณะกรรมการไทย แก้ไขปัญหาลำน้ำสาย ยินดีจะทำการขุดฝายที่มีวัสดุตกค้าง เช่น หิน ไม้ ทราย ออกก่อน หลังจากนั้นจะทำการสร้างฝ่ายไม้ไผ่ให้กับชาวเกษตรกร ช่วง 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม จากนั้นจะทำการรื้อถอนภายใน 7 วัน แต่การสร้างฝายไม้ไผ่ ไม่สามารถสร้างระยะห่าง 6นิ้วได้ ตามที่ฝ่ายเมียนมาขอ เนื่องจากจะทำให้กักเก็บน้ำไม่อยู่ จึงขอให้ลดเหลือ กว้าง3นิ้ว เพื่อให้ชะลอน้ำไหลเข้าพื้นที่เกษตรกรไทยได้ ส่วนเรื่องการซ้อมแซมฝายไม้ไผ่ ทางไทยจะเชิญเจ้าหน้าที่เทคนิคเมียนมา เข้ามาดูแลร่วม หากมีการซ้อมแซม ทั้งสองฝ่ายรับข้อเสนอได้ จึงทำการร่างข้อตกลง ลงนาม MOU ร่วมกัน โดยจะทำปีต่อปี หากปีถัดไปให้เกิดผลกระทบทั้งสองฝ่าย ต้องมาหารือกันใหม่อีกครั้งเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
ภาพ/ข่าว สราวุธ คำฟูบุตร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดเชียงราย
