- 09 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หลังการได้รับรางวัล”การแข่งขันพับกระดาษชิงแชมป์เอเชีย”ที่นายเชิด กิมสร้อย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จ.ตราด ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย จ.ตราดและโรงเรียน ด้วยการคว้ารองแชมป์เอเชียในประเภทบุคคล และคว้ารางวัลชนะเลิศประเภททีม เมื่อวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2560 ที่ประเทศญี่ปุ่น ผู้อำนวยการ และครู 2 คนผู้ฝึกสอน และนักเรียนต่างดีใจและปลื้มใจ เป็นอันมาก
ส่วนเชิด บอกถึงความรู้สึกว่า ดีใจมากที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันครั้งนี้ เพราะหลังจากที่ได้ชนะเลิศในระดับประเทศได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกว่าจะสามารถเดินทางไปยอมรับเกือบไม่ได้เดินทางแล้ว เพราะติดปัญหาเรื่องสัญชาติ แต่ดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากคุณครูและกระทรวงมหาดไทยจนสามารถเดินทางไปได้ ซึ่งตั้งใจว่าจะต้องนำรางวัลกลับมาประเทศไทยให้ได้ และเมื่อลงแข่งขันกับผู้เข้าแข่งขันจากประเทศอื่นทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นก็พยายามเต็มทีและสามารถคว้ารางวัลได้ทั้งรองแชมป์ส่วนบุคคลและแชมป์ประเทศทีม
“ผมอยากจะบอกว่า ขอบคุณคุณครูทั้งสองคน ของใจเพื่อน(นายอนุพงศ์ ศรีสวัสดิ) ที่เป็นคู่ซ้อม และแนะนำ ส่วนผมได้หาความรู้ทั้งจากเน็ตและยูทูป เพื่อหาเทคนิค ซึ่งการพับกระดาษ ทั้งองศา และมุม ซึ่งเมื่อถึงการแข่งขันสามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์ได้ และสามารถร่อนอยู่ในอากาศได้นานกว่า 21 วินาที ชนะผู้แข่งจากเกาหลีไต้ได้และเข้าในรอบชิง แต่มาแพ้เด็กไทยอีกคนได้รองแชมป์ แต่ประเภททีมได้แชมป์มา ซึ่งที่ผ่านมามีการฝึกซ้อมและพับกระดาษที่เป็นเครื่องบินมากว่า 1 พันเครื่องจนสามารถรู้ถึงเทคนิคได้”
เชิด กล่าวอีกว่า อยากจะบอกเพื่อนๆและน้องว่า หากต้องการประสบความสำเร็จต้องมีความพยายามและมีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ ซึ่งเมื่อจบการศึกษาม.6แล้วได้เข้าสอบที่คณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาเครื่องกล ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอสัมภาษณ์จากอาจารย์ประจำคณะ
นายจักรกฤษ แท่นยั้ง อาจารย์โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ที่เป็นผู้ผลักดันและฝึกสอน ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เชิด กิมสร้อย และอนุพงษ์ ศรีสวัสดิ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความสนใจในการพับกระดาษเครื่องบิน ที่สามารถลอยในอากาศได้นานจึงได้นำไปทำการแข่งขันในงานวิทยาศาสตร์แห่งชาติ แต่ทั้งสองคนแม้จะได้รับรางวัลแต่ไม่ได้รางวัลชนะเลิศ จึงได้กลับมาฝึกซ้อมและส่งเข้าทำการแข่งขันจนสามารถชนะเลิศในเดือนกันยายน 2560 และเมื่อเดินทางไปแข่งขันเชิด กิมสร้อยสามารถทำผลงานได้ดีและเอาชนะผู้เข้าแข่งขันที่เป็นตัวเต็งจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ที่มีประสบการณ์และเป็นผู้ใหญ่ ขณะเชิด กิมสร้อยเป็นนักเรียน ซึ่งหลังจากเข้ารอบชิงชนะเลิศสามารถเอาชนะผู้ใหญ่ที่เป็นชาวเกาหลีใต้ได้ แต่มาแพ้เด็กไทยทีทได้แชมป์ และใประเภททีมก็สามารถล้มแชมป์เก่าได้
ส่วนนายสปันญ์ยุทธ พัชรภูเบศร์ อาจารย์โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ที่ผู้มีส่วนผลักดันให้เชิดประสบความสำเร็จและวิ่งเต้นจนสามารถได้ใบรับรองจากกระทรวงมหาดไทยได้ เปิดเผยว่า หลังเชิด กิมสร้อย ได้แชมป์ประเทศไทย พวกเราดีใจแต่ก็เหมือนทุกข์ลาภ เพราะว่าเชิด กิมสร้อย เป็นเด็กกัมพูชาไร้สัญชาติ ที่รอการแปลงสัญชาติเป็นไทยจึงไม่สามารถส่งไปแข่งขันได้ต้องได้รับการรับรองก่อนจากกระทรวงมหาดไทย จึงต้องดำเนินการอยู่นานแต่สามารถดำเนินการได้จากการช่วยเหลือจากทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปลัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนถึงวันสุดท้ายที่สมาคมพับกระดาษแห่งประเทศไทยที่กำหนดให้ เพราะต้องเตรียมการขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น สุดท้ายทำได้ แต่ก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด ยกเว้นนักกีฬาคือ ตัวเชิด กิมสร้อยคนเดียว ซึ่งการเดินทางไปของเราก็ต้องนอนพักเอง ขึ้นเครื่องเอง ทั้งหมดไม่ได้รับการดูแลจากสมาคมฯแต่ประการใด แต่เราพร้อมทีทจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดกว่า 1 แสนบาท โชคดีที่ทางผู้อำนวยการและสมาคมผู้ปกครองฯโรงเรียนสนับสนุนเงินมา 50,000 บาท ที่เหลือต้องออกกันเอง
“ก่อนเดินทางไป เราได้นำภาพรัชกาลที่ 9 ภาพราชินี และรัชกาลที่ 10 ไปด้วย เพราะคิดในใจว่าเด็กเราสามารถทำได้และก็ทำได้จริง ซึ่งหลังได้ชัยชนะได้ยกภาพทั้ง 3 ภาพชูเหนือหัวพร้อมรางวัล ซึ่งเป็นภาพที่เราปลาบปลื้มกันมากที่สุด”
นายสำเนา บุญมาก ผู้อำนวยการ กล่าวว่า ดีใจที่เชิด กิมสร้อย สามารถทำชื่อเสียงให้กับทางโรงเรียน ,จ.ตราด และประเทศไทย ซึ่งหลังจากได้ชนะเลิศในระดับประเทศและเป็นตัวแทนในระดับประเทศแล้ว ได้ให้การสนับสนุน ทั้งเรื่องการเงิน และเรื่องการฝึกซ้อม ซึ่งเชิด กิมสร้อยเป็นเด็กไร้สัญชาติทำให้มีปัญหาในการเดินทางจึงต้องช่วยเหลือจนสามารถเดินทางไปได้ ซึ่งไม่ใช้เรื่องง่ายๆ ทั้งนี้ทางโรงเรียนได้สร้างทัศนคติของนักเรียนทุกคนให้มีมุมมองในเรื่องทักษะในการออกไปประกอบอาชีพในชีวิตประจำวัน ไม่ใช้มุ่งแต่เรียนอย่างเดียวซึ่งจะทำให้เด็กขาดประสบการณ์สำคัญของชีวิต ซึ่งเด็กนักเรียนของโรงเรียนหลายคนที่เป็นเด็กไรสัญชาติสามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดี และประสบความสำเร็จด้วย
ภาพ/ข่าว กฤษดาพงษ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ตราด
