- 09 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 9 พ.ย. 2560 ที่ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ปากพนัง นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับฟังการบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำ ในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย ปี 2560 ของสำนักงานชลประทานที่ 15 และหน่วยงานในสังกัด พร้อมมอบแนวทางในการปฏิบัติ โดยมีนายปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด นายอำเภอปากพนัง ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยานครศรีธรรมราช ร่วมให้ข้อมูล จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานปล่อยขบวนรถเครื่องจักรกล ตามแผนป้องกันและบรรเทาอุกภัย ของสำนักงานชลประทานที่ 15 และส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 7 สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยของจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งก่อนเกิดภัย และขณะเกิดภัย
นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากการที่ได้รับฟังข้อมูลจากนายประโมทย์ ช่วยบูญชู ผู้อำนวยการอุตุนิยมวิทยานครศรีธรรมราช ทราบว่าขณะนี้ปริมาณน้ำฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงปัจจุบัน(9 พ.ย.60) ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำ จำนวน 3,100 มิลลิเมตร ส่วนพื้นที่เชิงเขาก็เกิน 2,400 มิลลิเมตรแล้วเช่นกัน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งปีซึ่งอยู่ที่ 2,400 มิลลิเมตร ในขณะที่ภาคใต้เพิ่งเข้าสู่ฤดูฝนเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง ทำให้มีความเสี่ยงจึงต้องมีการเตรียมการโดยนำเหตุการณ์และข้อมูลปีที่แล้วและปีนี้มาวิเคราะห์หาจุดอ่อนจุดแข็ง และนำมาจัดทำแผนปฏิบัติการเตรียมรับมืออุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม โดยให้ศูนย์อำนวยการทุกอำเภอจัดทำข้อมูลจุดเสี่ยงที่ราบเชิงเขา น้ำท่วมซ้ำซาก และจัดฝึกอบรมอาสาสมัคร ทบทวนเรื่องระบบการสื่อสาร พร้อมฝึกซ้อม และให้มีระบบการบริหารจัดการหนึ่งตำบลหนึ่งจัดการภัยพิบัติตนเอง ภายใต้การกำกับดูแลของนายอำเภอ เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วจะอพยพประชาชนไปไหน ไปแล้วจะดูแลกันอย่างไรทั้งข้าวปลาอาหาร หยูกยา คนเจ็บ คนป่วย เด็ก คนชรา คนพิการจะจัดการกันอย่างไร ต้องไปจัดแจงวางกลไกของตัวเอง ภายใต้หลักการ “ห้ามตาย ห้ามเจ็บและห้ามอด” อะไรที่เกินกำลังเกินศักยภาพของอำเภอทางจังหวัดโดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการศูนย์ก็จะสนับสนุนให้ทันที
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องของการดูแลเรื่องระดับน้ำ สายน้ำ ต่าง ๆ กรมชลประทานมีเครื่องจักรกล เครื่องมือต่าง ๆ เตรียมพร้อมเข้าสูเป้าหมายทั้งหมด เพื่อเฝ้าระวังและเผชิญเหตุทันที ฉะนั้นวันนี้ทุกคนต้องตื่นตัวตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์อำเภอทุกอำเภอตนมีการติดตาม 24 ชั่วโมง มีการรายงานสภาวะฝนตกหนักจุดไหนบ้าง พื้นที่ไหนมีความเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ต้องติดต่อสื่อสารกันพร้อมที่จะเข้าไปหาปัญหาทันที ในส่วนของพี่น้องประชาชนต้องขอฝากข้อปฏิบัติ 5 เรื่อง คือ ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด/ เตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคไว้ให้เพียงพอสำหรับใช้ในภาวะฉุกเฉินประมาณ 5 วัน ก่อนที่ทางราชการจะเข้าไปช่วย /ย้ายสิ่งของมีค่า ทรัพย์สินขึ้นที่สูงหรืออยู่ในที่ปลอดภัย /หากน้ำท่วมสูงขอให้สับคัตเฮ้าท์ลงหรือย้ายปลั๊กขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันไฟฟ้าดูดไฟฟ้าช็อต และหากคิดอะไรไม่ออกขอให้โทรสายด่วน 1567 ศูนย์ดำรงธรรม ตลอด 24 ชั่วโมง
นายปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมของเครื่องจักร เครื่องมือ วัสดุ และอุปกรณ์ ของสำนักงานชลประทานที่ 15 และหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด โดยมีการเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ จำนวน 106 เครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 40 เครื่อง นอกจากนี้ยังมีการเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกล ประกอบด้วย รถขุด รถตักหน้า ขุดหลัง รถตักล้อยางรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร รถมอเตอร์เกรด รถแทรคเตอร์ รถบรรทุกเทท้ายกระบะเหล็ก 2 ตัน รถบรรทุกเทท้ายกระบะเหล็ก 4 ตัน รถบรรทุก 6 ล้อ ขนาดกลาง รถบรรทุก 6 ตัน ติดเครน ขนาด 3 ตัน รถเครน 25 ตัน รถสูบน้ำไฟฟ้า รถขุดตีนตะขาบ รถบรรทุกเทรลเลอร์ รถลากจูง เรือกำจัดวัชพืช เรือขุดแบบแบ็คโฮลงโป๊ะ เป็นต้น
(ขอบคุณภาพจาก สนง. ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช)
ข่าว / นรศักดิ์ สานุจิตต์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
สำหรับการบริหารจัดการน้ำหลาก ได้กำหนดวิธีติดตามเฝ้าระวังและคาดการณ์สภาพน้ำที่จะเกิดขึ้น โดยอาศัยระบบโทรมาตรศูนย์อุทกวิทยาภาคใต้ เพื่อแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อเตรียมการป้องกันและให้การช่วยเหลือประชาชน การบริหารจัดการระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดผลกระทบกับพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัยน้อยที่สุด ซึ่งขณะนี้ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ทั้ง 10 บานเพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทย เช่นเดียวกับประตูระบายน้ำอื่น ๆ ได้มีการเปิดประตูระบายสูงสุดทุกแห่ง ในส่วนของประตูระบายน้ำบ้านบางไทร หมู่ที่ 8 ต.บ้านใหม่ อ.ปากพนัง ถือเป็นจุดสำคัญในการระบายน้ำจากพื้นที่ ต.เกาะทวด ป่าระกำ บางตะพง เป็นต้น ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำปากพนัง นอกจากนี้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ได้รับงบประมาณก่อสร้างประตูระบายน้ำเพิ่มเติมที่ประตูระบายน้ำบ้านบางไทร พร้อมโรงสูบน้ำ ซึ่งจะทำให้การระบายน้ำได้รวดเร็วขึ้นเป็น 2 เท่า ในส่วนของอ่างเก็บน้ำหลักทั้ง 3 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน และอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส ได้มีการพร่องน้ำลงเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ของความจุ สำหรับการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำทางจากคลองท่าดีที่จะไหลเข้าสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช มีจุดเฝ้าระวัง 2 สถานี คือสถานีบ้านบางไทร และสถานีบ้านนาป่า ส่วนแผนการในระยะยาวจะมีการสร้างคลองระบายน้ำอ้อมเมืองนครศรีธรรมราชเช่นกับที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
