- 10 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 9 พ.ย.60 พระดังออกโรงโต้เปล่าซื้อบริการเด็กชายอ้างเฟสฯถูกแฮก หลังเป็นข่าวฉาววงการสงหืเมืองน่าน ต่อมารองเจ้าอาวาสวัดพญาวัด เจ้าของภาพโปรไฟล์ 1 ใน 3 พระอาจารย์วัดดังเมืองน่าน สั่งซื้อบริการเด็กชาย ออกมายอมรับว่าเคยเป็นเจ้าของเฟสฯแต่เลิกใช้นานแล้ว-คาดถูกแฮค และยันความบริสุทธิ์ไม่รู้จักพระรูปอื่น-เด็กหนุ่มในแชตฉาวที่คุยกัน ด้าน ผอ.สำนักพุทธ บอกพอรู้แล้วเป็นพระใน อ.เมือง และภูเพียง วันนี้(9 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวว่า จากการณีพระสงฆ์วัดดังเมืองน่าน 3 รูป แชตข้อความผ่านเฟสบุ๊คพร้อมภาพเด็กหนุ่ม มีถ้อยคำสั่งซื้อบริการเด็กหนุ่มหลุดแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ สร้างความเสื่อมเสียวงการพระสงฆ์ และถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก ต่อมาเจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นนั้น
ล่าสุดพระสมุห์อุดร ชินวังโส รองเจ้าอาวาสวัดพญาวัด ต.ตู่ใต้ อ.เมืองน่าน กล่าวยอมรับว่า ภาพโปรไฟล์ และเฟสบุ๊คที่ระบุชื่อ “สิทธิโชค จันทรสุข” หนึ่งในพระที่ตกเป็นข่าวนั้นเคยเป็นชื่อเฟสของตนเองจริง แต่ได้เลิกใช้นานแล้วเนื่องจากเข้าใช้งานไม่ได้ ซึ่งก็คาดว่าอาจจะถูกแฮคข้อมูลเฟส และปัจจุบันตนได้สมัครใช้เฟสบุ๊คใหม่ชื่อว่า “ดร พญาวัด”แล้ว พระสมุห์อุดร ชินวังโส รองเจ้าอาวาสวัดพญาวัด นอกจากนั้นยังยืนยันว่าไม่รู้จักพระรูปอื่นๆ รวมทั้งตัวเด็กผู้ชายที่ปรากฏในแชตมาก่อนแม้แต่รูปเดียว ทั้งนี้ตนได้หารือกับเจ้าอาวาสวัดพญาวัด เพื่อจะรายงานและปรึกษาคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ และจะดำเนินการแจ้งความหรือไม่อย่างไรที่จะเป็นการเหมาะสมด้วย
ทางด้านพระครูปลัดมงคลเจติยวัฒน์ (พระมหาณรงค์ศักดิ์ สุวณณกิตติ) เจ้าอาวาสวัดพญาวัด กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องดังกล่าว ก็ได้เชิญพระสมุห์อุดร ชินวังโส รองเจ้าอาวาสที่ตนปกครองมาสอบถามรายละเอียดข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งคงต้องให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวนตามลำดับขั้นตอน อย่างไรก็ตามทราบดีว่า ข่าวดังกล่าวสะเทือนวงการพระสงฆ์ และทำให้เกิดความเสื่อมเสีนต่อศรัทธา รวมถึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรงกว้างขวางบนสื่อโซเชียล จึงอยากจะวิงวอนขอร้องให้ญาติโยมแยกแยะพระดีพระชั่ว หากศรัทธาต่อพระสงฆ์เสื่อมถอย พระดีที่ตั้งใจปฏิบัติธรรมก็จะอยู่ยากท้อถอยได้ และขอให้ศรัทธาเชื่อมั่นต่อพระพุทธศาสนาต่อไป ส่วนพระชั่วที่ทำตัวนอกรีตก็ว่ากันไปตามกระบวนการ ใครไม่ดีก็ให้ลาสิกขาไป หลักๆขอให้นึกถึงพระพุทธศาสนาให้มาก ขณะที่นายสิทธา มูลหงส์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ได้ประชุมหาปรึกษาหารือกับทางคณะสงฆ์แล้ว โดยให้เจ้าคณะอำเภอเมือง ซึ่งเป็นพระผู้ปกครองเป็นผู้ดำเนินการสอบสวน เบื้องต้นตอนนี้พอจะทราบแล้วว่า พระที่เกิดเรื่องเป็นพระในเขตอำเภอเมือง และอำเภอภูเพียง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นพระรูปใดจำวัดอยู่วัดไหน ส่วนโทษนั้นต้องดูผลสอบสวนก่อนว่า มีความผิดเข้าข่ายมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทางพระฝ่ายปกครองจะเป็นผู้กำหนดโทษเอง ตามระเบียบของคณะสงฆ์
ภาพ/ข่าว ศิราณี ต๊ะอาจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดน่าน
