- 10 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ ชาวบ้านหมู่บ้านศรีนครเมืองใหม่ ท้องที่หมู่ 5 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กว่า 100 หลังคาเรือนถูกเจ้าของโครงการ ฯตัดน้ำไม่ปล่อยให้ชาวบ้านใช้มานานเกือบ 1 อาทิตย์ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก จนสุดทนไหวได้รวมตัวกันเข่ายื่นเรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช จนมีการประสานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรรีธรรมราช สั่งการให้ อบต.นาทราย เทศบาลตำบลท่างิ้ว และ เทศบาล ต.พรหมโลก นำรถบรรทุกน้ำเข้าไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนชั่วคราวแล้วนั้น
นางสุภากรณ์ รักนุกูล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94/40 หมู่บ้านศรีนครเมืองใหม่ หมู่ 5 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช แกนนำชาวบ้านกล่าวว่า ปัญหาเรื่องน้ำและสิ่งอุป๓คบริโภคอื่น ๆ ในหมู่บ้านมีปัญหามาตลอดระยะเวลา 20 ปี นอกจากเรื่องน้ำแล้วเรื่องถนนในหมู่บ้านทั้งหมดยังเป็นถนนส่วนบุคคลตั้งแต่ปากทางเข้ามาในหมู่บ้าน ทำให้ทาง อบต.หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไม่สามารถจัดสารงบประมาณเข้ามาพัฒนาในหมู่บ้านได้ ในตอนที่ทำโครงการและโฆษณาขายบ้านมีการจัดทำโปรแกรมดึงดูดให้ซื้อบ้านมากขาย ทั้งเรื่องถนนมาตรฐาน กว้างขวาง พร้อมสิ่งสาธารณูปโภคครบครัน แจกทอง แจกรถและอื่น ๆ มากมาย จนข้าราชการและประชาชนแห่ซื้อบ้านในโครงการจำนวนมาก แม้แต่อดีตอธิการบดี คณะบดี ม.ราชภัฎนครศรีธรรมราช คณะครูอาจารย์ และข้าราชการอื่น ๆ อีกหลายรายก็มาซื้อบ้านในโครงการ แต่เมื่อหลงเชื่อซื้อบ้านแล้วปรากฏว่าการดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งสาธารณูปโภคกลับไม่เป็นไปตามที่โฆษณา
“คนที่มีเงินก็ต้องยอมขุดบ่อบาดาล ในบริเวณบ้านเพื่อสูบน้ำขึ้นมาใช้เอง แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ฐานะไม่ค่อยดีไม่สามารถขุดบ่อบาดาลได้ต่างเดือกร้อนไปตาม ๆ กัน ปัญหาของหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ที่เจ้าของโครงการปัดความรับผิดชอบ และไม่ยอมมอบหรือโอนถนนทั้งหมดให้เป็นถนนสาธารณะ เพราะทุกวันนี้ยั้งเป็นส่วนบุคคล ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้ามาพัฒนาช่วยเหลือในหมู่บ้านได้ ขนาดชาวบ้านที่ซ้อบ้านและผ่อนหมดแล้วจะนำบ้านเข้าไปค้ำประกันขอกู้เงินจากธนาคารมาแก้ปัญหาต่าง ๆ ทางธนาคาร ก็จะไม่ยอมรับและกู้ไม่ได้เพราะเท่ากับว่าบ้านไม่อยู่ตืดถนนสาธารณะเป็นถนนส่วนบุคคล การขอกู้เงินและใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของโครงการเสียก่อน เจ้าของบ้านจึงต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าของโครงการเพื่อเซ็นยินยอมครั้งละ 20,000 บาท” นางสุภากรณ์ รักนุกูล อายุ 45 ปี กล่าวอีกว่า ชาวบ้านทุกครั้งเรือนอยากให้ทางราชการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะการโอนถนนให้เป็นถนนสาธารณะ เพราะหากเป็นถนนสาธารณะแล้วทางหน่วยงานของรัฐ (จะสามารถจัดงบประมาณเข้ามาพัฒนาช่วยเหลือชาวบ้านได้ทั้งเรื่องการพัฒนาซ่อมแซมถนน ประปา หรือไฟฟ้า เป็นต้น ร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี ศูนย์ดำรงธรรมหรือแม้แต่ สคบ.เรื่องก็เงียบหาย หรือหน่วยงานราชการไม่สามารถดำเนินการกับเจ้าของโครงการได้เลย จึงต้องปล่อยให้ชาวบ้านผจญชะตากรรมกับเจ้าของโครงการตลอดไปจนกว่าจะตายจากกัน นางสุภากรณ์ รักนุกูล กล่าวเหมือนคนสิ้นหวังในที่สุด.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะสิริ สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
