- 10 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ณ ศูนย์บริหารและจัดการกากอุตสาหกรรม จ.สระบุรี บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) โดยมี นายชัยพฤกษ์ ทองเปี่ยม ผู้อำนวยการศูนย์บริหารและจัดการกากอุตสาหกรรม จ.สระบุรี บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์กร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในมาตรฐานการกำจัดของเสียอันตรายจากเอกชนแห่งนี้
“การจัดการของเสียอันตรายจากชุมชน จังหวัดนครราชสีมา” ตามนโยบาย “จังหวัดสะอาด โคราชไร้ขยะ” ทางสำนักงานท้องถิ่น จ.นครราชสีมา ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลและกำหนดจุดรวบรวมเก็บ ขน ของเสียอันตรายจากชุมชน ในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 333 แห่งใน จ.นครราชสีมา จากนั้น อบจ.นครราชสีมา ได้บูรณาการร่วมภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งในการจ้างเหมา บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับการรับรองว่ามีการกำจัด และมีระบบการบริหารจัดการอย่างถูกหลักวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นระบบฝังกลบกากอุตสาหกรรมไม่อันตราย, ระบบฝังกลบกากอุตสาหกรรมอันตราย, ระบบห้องปฏิบัติการวิเคราะห์, ระบบแปรรูปกากอุตสาหกรรมเพื่อใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน, ระบบปรับปรุงคุณภาพเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่, ระบบบำบัดน้ำเสียรวม และ ระบบขนส่งที่มีมาตรฐาน มาขนของเสียอันตรายจากชุมชน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อบจ.นครราชสีมา ได้ดำเนินโครงการจัดการของเสียอันตรายจากชุมชน จังหวัดนครราชสีมา มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และมีการดำเนินกิจกรรมไปแล้วจำนวน 6 ครั้ง สำหรับปีงบประมาณ 2560 ดำเนินการไปแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกได้ดำเนินการเบื้องต้น จำนวน 11 อำเภอ คือ อ.สีคิ้ว, วังน้ำเขียว, ปักธงชัย, สูงเนิน, เมืองนครราชสีมา, ขามทะเลสอ, ด่านขุนทด, โนนไทย, พระทองคำ และ อ.เทพารักษ์ โดยในกิจกรรมครั้งแรก สามารถรวบรวมปริมาณขยะของเสียอันตรายได้ประมาณ 6 ตัน ส่วนครั้งที่ 2 จำนวน 21 อำเภอ ได้แก่ อ.บัวใหญ่, บัวลาย, สีดา, โนนแดง, แก้งสนามนาง, บ้านเหลื่อม, คง, ขามสะแกแสง, ประทาย, พิมาย, ชุมพวง, ลำทะเมนชัย, เมืองยาง, ห้วยแถลง, จักราช, โนนสูง, โชคชัย, เฉลิมพระเกียรติ, หนองบุญมาก, เสิงสาง และ อ.ครบุรี รวมปริมาณขยะของเสียอันตรายได้ประมาณ 18 ตัน คาดว่าหากมีการขัดแยก ขนถ่าย และกำจัดขยะอย่างถูกวิธี จะสามารถลดปริมาณขยะ ปริมาณของเสียอันตรายในพื้นที่ ส่งผลให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมดีขึ้น ทำให้โคราชเป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน.
ภาพ/ข่าว ศุภชัย อรชร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครราชสีมา
