- 11 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายเล็ก อรรคมุต อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุหลังตกเป็นตัวละครสำคัญ กรณีแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวโอนเงินผิดบัญชีไปยังนายมงคล บุญเกิด เสี่ยเต้นรถ 10 ล้อมือสอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ที่อ้างว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินมัดจำการซื้อขายรถกับตนเอง ว่า
การโอนเงินเจ้าปัญหาในครั้งนี้ ตนได้ขอยืมเงิน น.ส.ณทชา อยู่ประพัต แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวจำนวนเงิน 200,000 บาท เพื่อต้องการจะเอาเงินไปมัดจำการซื้อขายรถ 10 ล้อจำนวน 22 คัน หลังจากก่อนหน้านี้ ได้รับการติดต่อจากนายมงคล บุญเกิด ว่าประมูลรถปลดระวาง ของบริษัทน้ำตาลแห่งหนึ่ง ได้จำนวน 22 คัน ให้เดินทางไปดูเพื่อตกลงราคา
โดยนายมงคลให้เหมารวมทั้งหมดคันละ 310,000 บาท ซึ่งนายเล็ก ได้ตกลงซื้อ แต่จะต้องทยอยซื้อทีละคัน เหมือนการซื้อขายกันที่ผ่านมาคือผู้ประมูลได้จะให้เวลาขายประมาณ 30-45 วัน ส่วนตนเองก็จะถ่ายภาพส่งไปให้ทีมงานประกาศขายทางอินเตอร์เน็ตซึ่งมีเครือข่ายทุกภาค
จากนั้นนายมงคลได้ส่งบัญชีธนาคารมาให้ จึงส่งต่อไปหา น.ส.ณทชา ที่ได้เจรจากันก่อนหน้านี้แล้ว หลังจาก น.ส.ณทชา โอนเงินเสร็จ ก็ส่งสลิปเงินโอนมาให้ แต่เป็นชื่อผู้รับเป็นนางมงคล
ตนรู้ทันทีว่าส่งเลขบัญชีที่ส่งไปผิด ซึ่งปกติการซื้อขายรถจะต้องทำสัญญาซึ่งกันและกันก่อนจ่ายมัดจำ แต่ก็ไม่ตกใจ เพราะเราได้พูดคุยกับนายมงคล ไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้บอกให้ น.ส.ณทชา ทราบในเวลานั้นว่าโอนเงินผิดบัญชี ในวันต่อมาได้พาทีมงานพร้อมช่าง ไปที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เพื่อจะรีบไปเอารถซ่อมแซมให้ติด แล้วประกาศขาย
ปรากฏว่าบริษัทน้ำตาลไม่อนุญาตให้เข้าไป เพราะยังไม่มีคนประมูลได้ ตนตกใจจึงสอบถามนายมงคล ได้รับคำตอบว่า ใจเย็นๆ รอเอกสารทะเบียนรถ ตนก็รอไปประมาณ 1 เดือน ทวงถามก็ผลัดวันไปเรื่อยๆ
นายเล็ก เล่าต่อด้วยว่า จากนั้นได้เข้าไปสอบถามผู้รับผิดชอบการประมูลรถของบริษัทน้ำตาล ปรากฏว่านายมงคล ประมูลไม่ได้ จึงรู้ว่านายมงคล น่าจะติดปัญหาเรื่องการประมูล เมื่อทวงถามมากลับอ้างว่าสาเหตุที่ประมูลไม่ได้เพราะมีคนไปแหย่ราคาประมูล แล้วเปลี่ยนประเด็นว่าเป็นเพราะพวกตนที่สั่งให้คนไปแหย่
ตามที่นายมงคล ออกมากล่าวอ้างว่ามัดจำรถแล้วไม่เอาเงินไปจ่าย ตามสัญญาไม่เป็นความจริง เพราะพวกตนเป็นแค่นายหน้ามีเงินติดบัญชีหลักหมื่น คงไม่ริจะไปรับเหมารถที่มีราคาถึงเกือบ 7 ล้านบาท รวมถึงตัว ตัวนายมงคล เองที่ไม่มีความสามารถเอาเงินสดไปปิดบริษัทได้หลังประมูล
ต่อมาทราบข้อมูลจากโรงงานน้ำตาลว่า ผู้ที่ประมูลได้ จะต้องจ่ายเงินทั้งหมดที่ประมูลได้ จึงจะสามารถเข้าไปเอารถออกมาได้ เพราะเป็นบริษัทมหาชน ต่างจากการประมูลรถของบริษัทรับเหมาทั่วไป ที่สามารถเจรจากันนอกรอบได้
ส่วนการออกมาร้องเรียนของ น.ส.ณทชา ตนไม่ทราบ คาดว่าเกรงว่าจะไม่ได้เงินคืนจึงหาแนวทางอีกทางหนึ่ง โดยหลังจากนี้จะไปปรึกษานักกฎหมาย หากสามารถแจ้งความดำเนินคดีฉ้อโกงกับนายมงคล ได้ ก็จะแจ้ง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน
ด้าน น.ส.ณทชา อยู่ประพัต บอกว่า วันที่เข้ารายการดีเบต ตนไม่เห็นหลักฐานที่นายมงคลเอามาอ้างว่ามัดจำรถ เพราะสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เมื่อไปดูรายการย้อนหลัง พบว่าสลิปโอนเงินที่นายมงคลเอาไปแสดง เป็นการเขียนขึ้นเอง ไม่ใช่สลิปจากธนาคาร ถ้าเป็นสลิปจริง จะต้องกรอกในหมวด”บันทึกช่วยจำ”ตอนนี้ไม่อยากเป็นข่าวอีก เพราะเสียสมาธิในการค้าขายแต่ก็พร้อมจะพิสูจน์ตามหลักฐาน
ภาพ/ข่าว วาทิตย์ แสนธุปี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.บุรีรัมย์
