- 11 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2560 ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือสั่งการให้ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.สำนักงบประมาณและการเงิน รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการตำรวจระดับพนักงานสอบสวน ของ 3 สภ.ในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 15 นาย หลังพบว่าได้เป็นผู้ดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหาต่างด้าว จำนวน 142 ราย ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.59 ถึง 31 ต.ค.60 แต่ไม่พบหลักฐานการรับตัวผู้ต้องหาของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบ แนวทางปฏิบัติของตร. กรณีคนที่ต่างด้าวตกเป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาในคดีอาญา หรือถึงแก่ความตายโดยผิดธรรมชาติ ตามหนังสือ ตร.ที่ 0029.132/ว.87 ลงวันที่ 12 พ.ย.2558
ทั้งนี้ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.สำนักงบประมาณและการเงิน รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รอง ผบช.ภ.8 เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวน โดย 142 คดีดังกล่าวเป็นของ สภ.สาคู 26 ราย สภ.กะรน 3 ราย สภ.กะทู้ 43 ราย และ สภ.กมลา 70 ราย รวม 142 ราย
ความคืบหน้าล่าสุดในวันนี้( 11 พ.ย.60 )ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมไปยังพล.ต.ต.ธีรพล ทิพย์เจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ระบุว่าในส่วนความคืบหน้าการสอบสวนนั้น ทางคณะกรรมการสอบสวนที่ตั้งโดยสำนักงานตำรวจภูธรภาค 8 จะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด จากเดิมที่ทางภูธรจังหวัดได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มเติม 1 ชุดนั้นได้ยกเลิกไปเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน แต่ได้ส่งข้อมูลให้กับคณะกรรมการภาคดำเนินการต่อ ซึ่งทราบว่าอยู่ระหว่างดำเนินการพร้อมๆกับการดำเนินการสอบสวนกรณีที่มีผู้ร้องเรียนเรื่องการเรียนว่ามีเจ้าหน้าที่ที่เรียกรับส่วย
โดยในกรณีไม่ส่งผู้ต้องหาให้ตม. 142 ราย ของ 3 สภ.ตามที่ระบุนั้นยังไม่ใช่ตัวเลขนิ่งๆ ที่เข้าข่ายความผิดทั้งหมด ในบางรายที่นำเข้ามาพิจารณา ไม่มีความผิดหรือไม่เข้าข่าย แต่ก็ต้องนำเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อความตรงไปตรงมา ซึ่งทั้งหมดก็จะอยู่ที่ผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ธีรพลฯ ระบุว่ายังได้สั่งการให้สถานีตำรวจภูธรทุกแห่งส่ง “สมุดคุมคดี” หรือ “แบบบันทึกข้อมูล สมุดสถิติคดีอาญา – จราจร (แบบ ส.5)” ย้อนหลัง 1 ปี มาให้กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตทำการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจน หากพบเพิ่มเติมก็จะส่งให้คณะกรรมการฯเป็นผู้ตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พนักงานสอบสวนรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้มีรายชื่อ 1 ในทั้งหมด 15 รายระบุสั้นๆว่าในวันนี้ ยังคงปฎิบัติหน้าที่ตามปกติ ยังไม่มีคำสั่งเรียกตัวเข้าพบกรรมการสอบสวนฯแต่อย่างใด ส่วนตัวที่มีชื่อติดไปด้วยนั้นก็ยังไม่ทราบสาเหตุ ยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหา หรือไม่ดำเนินการส่งตัวผู้ต้องหาต่างชาติในคดีอาญาในขณะเข้าเวรปฎิบัติหน้าที่ แต่เชื่อว่าคณะกรรมการสอบสวนจะให้ความเป็นธรรม
ข่าว/ภาพ อุทัย แสงสุวรรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ภูเก็ต
