- 12 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีนายคัณชนะ นิลพยัคฆ์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 204/3 ถนนศรีธรรมโศก ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เข้ามาร้องเรียนขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชั่วโมง สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากธนารักษ์พื้นที่นครศรีธรรมราช เพราะธนารักษ์ได้ยกที่ดินราชพัสดุที่ตนเช่าสร้างบ้านอยู่อาศัยมานานกว่า 60 ปีตั้งแต่สมัยคุณยาย แต่จู่ ๆ ทางธนารักษ์พื้นที่นครศรีธรรมราชได้ยกที่ดินที่ผมอยู่อาศัยให้เป็นทางสาธารณะ ทางเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ให้ตนรื้อบ้านย้ายไปอยู่ที่อื่นเพราะเขาจะเอาที่ดินที่ตนอยู่อาศัยทำถนนผ่านเข้าไปยังที่ดินของนายทุนเอกชนที่มาซื้อที่ดินตาบอดแปลงใหญ่ด้านใน เพื่อเตรียมก่อสร่างหมู่บ้านจัดสรขาย จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยประสานผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสั่งตรวจสอบและทบทวนคำสั่งของธนารักษ์พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยก่อนหน้านี้ตนเคยร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรมมาแล้วแต่เรื่องก็เงียบหายไม่สามารถช่วยเหลือใด ๆ ได้
(12 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านของนายคัณชนะ นิลพยัคฆ์ ริมถนนศรีธรรมโศก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยจากการตรวจสอบพบว่าริมถนนด้านทิศตะวันออกส่วนใหญ่เป็นที่ดินราชพัสดุ และมีการปลูกบ้านอยู่อาศัยและทำธุรกิจตลอดถนน ในขณะที่บ้านของนายคัณชนะ ปลูกเป็นบ้านชั้นเดียว โดยนายคัณชนะ ใช้เป็นที่อยู่อาศัยพร้อมภรรยาและลูกอีก 2 คน และยังใช้เป็นที่ประกอบการร่านซ่อมคอมพิวเตอร์ชื่อร้าน “คอม4-เทล” และมีที่ว่างระหว่างบ้านของนายคัณชนะกับบ้านอีกหลัง 1 กว้างประมาณ 5 เมตร ส่วนพื้นที่ทางด้านหลังเป็นป่าละเมาะและที่ดินรกร้างว่างเปล่าเอกชนกว้างไม่น้อยกว่า 50 ไร่ อย่างไรก็ตามที่บ้านพบเพียงภรรยาและลูก 2 คนส่วนนายคัณชนะ เดินทางเข้าไปปรุงเทพเพื่อปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกสั่งให้รื้อบ้านหลังดังกล่าว
โดยนายคัณชนะ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ที่ดินที่ปลุกบ้านเดิมเป็นบ้านคุณยายอยู่อาศัยอยู่ในที่ดินดังกล่าวมาก่อนปี พ.ศ.2498 โดยอาศัยสิทธิ์ ส.ค.1 จนตกทอดมาถึงรุ่นตน จนเมื่อไม่นานมานี้เองตนได้ยื่นเรื่องขอนุญาติสร้างบ้านใหม่กับทางเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช โดยได้แนบเอกสาร ส.ค. 1 พร้อมภาพถ่ายบ้านหลังเก่าประกอบไปด้วย จนทางเทศบาล ฯได้อนุญาตให้ตนสร้างบ้านจนแล้วเสร็จและอยู่อาศัยพร้อมเปิดเป็นร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ แต่จู่ ๆ ก็มีนายทุนเจ้าของที่ดินด้านหลังมาขอให้ตนรื้อบ้านออกไป อ้างว่าที่ดินของเขาไม่มีทางเข้าออก แต่ตนไม่ยินยอมทางเจ้าของที่ดินจึงยื่นฟ้องศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้ตนรื้อบ้าน ในระหว่างที่สู้กันในชั้นศาลปรากฏว่าได้มีคำสั่งจากธนารักษ์เขตพื้นที่นครศรีธรรมราชแจ้งตนว่าได้ยกที่ดินที่ตนสร้างบ้านอยู่อาศัยให้เป็นที่สาธารณะ เพื่อให้ทางเทศบาล ฯพัฒนาสร้างถนนรวมกับที่สว่างเปล่าข้างบ้านของตน และมีการไต่ส่วนในกระบวนการทางศาล ในที่สุดศาลได้พิจารณายกฟ้องเนื่องจากเจ้าของที่ดินไม่ได้อยู่ในฐานะผู้เสียบหายในคดีนี้ อย่างไรก็ตามทาเจ้าหน้าที่เทศบาล ฯได้โทรศัพท์มาเร่งให้ตนรื้อบ้านและข่มขู่ว่าหากตนไม่รื้อทางเทศบาลฯจะให้เจ้าหน้าที่มารื้อเอง
“ตนไม่เข้าใจว่าเทศบาล ฯทำไม่เทศบาล ฯจึงพยายามกดดัน บีบบังคับให้ตนรื้อบ้าน และเฉพาะเจาะจงที่จะเอาพื้นที่ดังกล่าวสร้างถนน สำคัญในจุดอื่น ๆ ตลอดแนวถนนก็มีที่ว่างที่จะทำถนนได้ และไม่รู้จะสร้างถนนทำไมเพราะในจุดนี้ไม่รู้สร้างเข้าไปทำไมเพราะไม่มีบ้านคนอยู่เลย มีเพียงที่ดินว่างเปล่าของเอกชนที่มีโครงการสร้างหมู่บ้านจัดสรร ที่ต้องการให้ตนรื้อบ้านและสร้างถนนหวังเพียงให้ตนเข้าไปยังที่ดินของนายทุนที่จะสร้างหมู่บ้านจัดสรรใช่หรือไม่ หากมุ่งหวังเพียงแค่นั้นถือว่าไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรมกับตนและจงใจที่จะกลั่นแกล้งตนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนเท่านั้น”
นายคัณชนะ กล่าวอีกว่าในข้อเท็จจริงที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่ดินตาบอด หากสามารถตัดถนนในจุดที่บ้านของตนเข้าไปได้จะเพิ่มมูลค่ามากขึ้นนับ 100 ล้าน เพราะในย่านถนนศรีธรรมโศกตลอดสายเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง และในจุดอื่น ๆที่เป็นถนนซอยเข้าไปก็สามารถที่จะตัดถนนเข้าไปยังที่ดินแปลงดังกล่าวได้ แต่หากสามารถตัดถนนจากถนนศรีธรรมโศกบริเวณบ้านของตนได้จะเหมาะสมกว่าตัดจากถนนซอย เพราะถนนซอยมีขนาดเล็กกว้างแค่ 4-5 เมตรเท่านั้นหากสร้างหมู่บ้านจัดสรรแต่ทางเข้าเล็กคับแคบที่ดินและบ้านจัดสรรคงจะมีคนสนใจซื้อน้อย แต่หากดดัน บีบบังคับให้ตนรื้อบ้านออกและสร้างถนนจากถนนศรีธรรมโศกสามารถสร้างถนนได้กว้างกว่า 10 เมตรจากที่ว่างกว่า 5 เมตร และที่บ้านของตนอีกเกือบ 10 เมตรและยังถนนสายหลักที่สำคัญนายทุนเจ้าของที่ดินไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดินเพื่อทำถนนเข้าหมู่บ้านจัดสรรของตัวเองเพราะเป็นที่สาธารณะ หากสามารถกดดัน บีบบังคับให้ตนรื้อบ้านได้เป็นผลสำเร็จ ที่ดินและบ้านจัดสรรของนายทุนคงจะมีคนสนใจซื้อมากกว่าและมูลค่าบ้านและที่ดินก็จะแพงมากขึ้นด้วย เหตุนี้หรือเปล่าที่พยายามทุกวิถีทางที่จะกดดัน บีบบังคับให้ตนรื้อบ้าน
“ก่อนหน้านี้ตนต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมจนศาลยกฟ้องให้ตนชนะคดีเพราะนายทุนไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องขับไล่ตน แต่ทางธนารักษ์และเทศบาล ฯยังพยายามให้ตนรื้อบ้านอกเหมือนเดิม มันเป็นโครงการความสำคัญเร่งด่วนของเทศบาล ฯที่จะต้องเร่งดำเนินการหรืออย่างไร และหากไม่ดำเนินการทางธนารักษ์และเทศบาลจะเสียหายตรงไหน อย่างไร ตนอยากทราบว่าหน่วยงานของรัฐทั้งสองแห่งเขาคิดถึงหัวอกตนบ้างไหมว่าจะให้ตนหอบลูกเมียไปอยู่ที่ไหน ตนขออนุญาตสร้างบ้านก็อนุญาตให้สร้างตนต้องไปกู้เงินหลายแสนมาสร้างบ้านจนแล้วเสร็จ จู่ ๆ จะมากดดันบังคับให้ตนรื้อบ้านโดยอ้างว่าทางธนารักษ์เขตพื้นที่นครศรีธรรมราชยกที่ที่ตนอยู่อาศัยให้เป็นที่สาธารณะไปแล้ว มันโหดร้ายสำหรับตนและครอบครัวเกินไป ซึ่งตนยอมไม่ได้และจะทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อปกป้องบ้านที่ซุกหัวนอนของตนและลูกเมียเอาไว้ด้วยชีวิต และอยากให้นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในเรื่องนี้และทบทวนยกเลิกคำสั่งธนารักษ์เขตพื้นที่นครศรีธรรมราชที่ประกาศยกที่ดินที่ตนสร้างบ้านอาศัยให้เป็นที่สาธารณะโดยเร็ว
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะสิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดนครศรีธรรมราช
