- 12 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 12 พ.ย. 60 ที่โรงแรมแสงจันทร์รีสอร์ท อำเภอเมืองระยอง สมาคมอวนล้อมจับปลากะตัก จัดเสวนาปัญหาความเดือดร้อนของมวลสมาชิกที่ในปัจจุบันไม่สามารถออกเรือทำการประมงได้ โดยมีนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการเสวนาและรับฟังปัญหาการเสวนาครั้งนี้ ซึ่งมีผู้ประกอบการเรืออวนล้อมปลากะตักและธุรกิจต่อเนื่องในจังหวัดระยองและใกล้เคียง เข้าร่วมเสวนากว่า 300 คน
นายพรศักดิ์ แย้มกลิ่น นายกสมาคมอวนล้อมจับปลากะตัก เปิดเผยถึงความเดือดร้อน ว่า สมาคมอวนล้อมจับปลากะตักซึ่งเป็นปลาที่มีอยู่มากและมีวงจรอายุสั้น มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงนับหมื่นล้านบาท การทำประมงเรืออวนล้อมปลากะตักมีมากว่า 100 ปีและต้องทำการประมงในเวลากลางคืน ปัจจุบันมีประกาศห้ามทำกลางคืนเป็นการปิดกั้นการประกอบอาชีพโดยสิ้นเชิง เพราะตามความจริงเรือไม่สามารถทำการประมงได้ในเวลากลางวันเนื่องจากปลาไม่รวมฝูง ส่งผลกระทบทำให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องคือโรงน้ำปลาก นาเกลือ โรงต้มตากส่งออกครัวเรือน แรงงาน ฯลฯ จำนวนมากขาดแคลนวัตถุดิบมีผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งในวันนี้จะได้รวบรวมปัญหาดังกล่าวมอบให้แก่นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เพิ่อเสนอต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อดำเนินการช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงเรืออวนล้อมจับปลากะตักโดยด่วน
ทางด้านนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมฯกำลังดูว่าจะช่วยแก้ปัญหาของชาวประมงเรืออวนล้อมจับปลากะตักได้อย่างไร เพื่อให้ออกไปทำมาหากินได้ เพราะกฎหมายที่ออกมาห้ามเรือกะตักออกในเวลากลางคืน การแก้ไขปัญหาให้เป็นสากลนั้นต้องไม่ส่งผลให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ต้องเดินทางสายกลาง เพราะไม่เช่นนั้นเรือปลากะตักทั้งประเทศจะไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพรวมทั้งธุรกิจต่อเนื่องก็จะได้รับผลกระทบ ซึ่งปัญหานี้จะได้นำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีการตั้งคณะทำงานติดตามการบังคับใช้กฏหมายการประมงและดูเรื่องผลกระทบ ซึ่งคณะนี้จะมีประชุมร่วมกันในวันที่15 พฤศจิกายนนี้ ที่กระทรวงเกษตร ซึ่งจะได้นำปัญหานี้เข้าในที่ประชุมเพื่อที่จะแก้ไขว่าจะทำอย่างไรให้พี่น้องชาวเรือปลากะตักออกไปทำการประมงได้ โดยในระยะเร่งด่วนนี้จะผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายห้ามออกทำการประมงในเวลากลางคืนให้เปลี่ยนเป็นให้สามารถออกได้ช่วงค่ำถึงเช้า เพราะการออกทำการประมงจะต้องใช้เวลาออกไปหาว่าปลาอยู่ตรงไหนไม่ใช่ออกไปแล้วจะเจอปลา และในอนาคตจะผลักดันให้สามารถออกหาปลาในช่วงข้างขึ้น 15 วัน หยุดข้างแรม 15 วัน (เดือนมืดจอดฝั่ง) โดยใช้โซน่าหาฝูงปลาไม่มีการไฟปั่น และเป็นวิธีการที่สามารถทำได้ เป็นการลดวันทำการประมงเป็นการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมายด้วย
ภาพ/ข่าว อัจฉรา วิเศษศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ระยอง
