- 13 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 12 พ.ย. 60 ) นายสมชาย อำพันกาญจน์ นายอำเภอท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ได้รับรายงานว่า มีชาวบ้านพบไม้พะยูง ถูกตัดเป็นท่อนจำนวนมาก ถูกนำมาซุกไว้ที่บริเวณป่าสาธารณะกุดน้ำใส หมู่ที่ 15 บ้านปลิง ต.บะ อ.ท่าตูม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายสุรพล กลิ่นพันธ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สร.5 และทหารชุดชป.กกล.รส.มทบ. 25 นำโดย จ.ส.อ.ชาญเกียรติ โสวภาค
เมื่อมาถึงที่บริเวณป่าสาธารณะกุดน้ำใส ต.บะ ก็ได้พบกับชาวบ้านและกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งได้ช่วยกันดูแลสถานที่บริเวณที่พบไม้พะยูง ที่ถูกคนร้ายนำมาซุกซ่อนเอาไว้ในป่าข้างกุดน้ำใส เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบ ซึ่งเป็นไม้พะยูงจำนวน 10 ท่อน จากนั้นก็ได้พากันกระจายกำลังออกตรวจสอบยังบริเวณริมกุดน้ำใสใกล้กับที่พบไม้พะยูง เนื่องจากเกรงว่าจะมีไม้ซุกซ่อนอยู่อีก ซึ่งต่อมาก็ได้พบไม้พะยูงอีกจำนวนหลายท่อน ซึ่งคนร้ายได้ซุกซ่อนเอาไว้ในหนองน้ำ ห่างจากบริเวณที่พบไม้ในป่าข้างกุดน้ำใสประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่ป่าไม้และอาสาสมัครพร้อมชาวบ้าน จึงได้ช่วยกันนำไม้ขึ้นมาจากน้ำนำมากองรวมกัน โดยนับได้จำนวนทั้งสิ้น 40 ท่อน จากนั้นก็ได้ช่วยกันขนย้ายนำไปเก็บรักษาเอาไว้ที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายมาแอบขนเอาไปในตอนกลางคืนได้ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้นำรถมาขนย้าย เพื่อนำไปตรวจสอบที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สร.5 ในวันพรุ่งนี้อีกที
จากนั้นนายสมชาย อำพันกาญจน์ นายอำเภอท่าตูม ก็ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ เดินทางไปตรวจสอบยังบริเวณป่าชุมชนสุสานหนองไผ่ ม.12 ซึ่งได้รับรายงาจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 ว่า ก่อนหน้านี้ก็ได้มีคนร้ายมาลักลอบตัดไม้พะยูงในป่าแห่งนี้ไปแล้วจำนวน 4 ต้น ซึ่งของกลางส่วนหนึ่งได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระโพนำไปเก็บรักษาไว้แล้วจำนวน 10 ท่อน โดยยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ซึ่งไม้ที่พบในบริเวณป่ากุดน้ำใส ส่วนหนึ่งก็เป็นไม้ที่ถูกตัดจากป่าแห่งนี้ ที่คนร้ายได้นำไปซุกซ่อนเอาไว้ เพื่อรอการขนย้ายไปจำหน่ายอีกที ซึ่งเมื่อรวมไม้ที่ตรวจพบและที่สภ.กระโพนำไปเก็บรักษาไว้ ก็จะได้จำนวนทั้งสิ้น 50 ท่อน
ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบยังป่าชุมชนสุสานหนองไผ่ ม.12 ก็ได้พบตอไม้พะยูงและกิ่งในส่วนปลาย ที่คนร้ายไม่สามารถตัดทอนเอาไปได้จำนวน 4 ต้น โดยในป่าชุมชนแห่งนี้ยังพบว่ามีไม้พะยูงที่ยังสมบูรณ์อยู่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านได้เคยมาทำพิธีบวชต้นไม้เอาไว้ แต่คนร้ายก็ยังมาลักลอบตัดเอาไปได้ โดยไม่เกรงกลัวบาปแต่อย่างใด
จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการสืบขยายผลต่อ โดยได้เข้าทำการตรวจค้นที่บ้านเป้าหมายต้องสงสัย ที่บ้านเลขที่ 58/1 ม.11 ต.บะ ซึ่งเป็นบ้านของนายเสล็ง บุญครอง โดยพบไม้พะยูงและไม้ประดู่จำนวนหลายท่อน ซึ่งเก็บไว้ที่บริเวณโรงเก็บของหลังบ้าน และยังพบว่าในบริเวณหลังบ้าน ยังมีท่อนไม้ขนาดใหญ่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบอีกที โดยนางสมิน บุญครอง ภรรยาเจ้าของบ้าน ก็ได้ให้การว่า ไม้เหล่านี้เป็นของลูกเขย ซึ่งได้ซื้อนำมาเก็บไว้ที่บ้านของตน และได้ให้คนไปตามนายพิษยา ปราศัยงาม อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นลูกเขย มาให้การกับเจ้าหน้าที่ โดยนายพิษยาได้บอกว่า ไม้เหล่านี้ตนได้ซื้อมาจากชาวบ้านอีกที ซึ่งเป็นไม้ที่อยู่ในที่นาที่มีเอกสารสิทธิ์ โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ได้แจ้งว่า ไม้เหล่านี้เป็นไม้หวงห้าม ซึ่งครอบครองโดยผิดกฎหมาย จึงขอทำการตรวจยึดไว้และจะดำเนินคดีในส่วนของไม้พะยูง ส่วนไม้ประดู่นั้นจะทำการยึดไว้เพื่อตรวจสอบ ซึ่งหากไม่มีหลักฐานการได้มา ก็จะดำเนินคดีเพิ่มอีก โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้และฝ่ายปกครอง ก็ได้ทำการควบคุมตัวนายพิษยาส่งพนักงานสอบสวน สภ.กระโพ เพื่อดำเนินคดี และยังจะได้ทำการสืบเพื่อขยายผลหาตัวขบวนการตัดไม้ต่อไป ซึ่งเชื่อว่าเป็นขบวนการใหญ่ในพื้นที่
ภาพ / สุทิศ บุญยืน
ข่าว / ชูชัย ดำรงสันติสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
