- 13 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ชาวบ้านพร้อมคณะครูและนักเรียนในพื้นที่ตำบลปากหมากอำเภอไชยาจังหวัดสุราษฎร์ธานีสละกำลังกายกำลังทรัพย์ร่วมกันก่อสร้างบ้านของพ่อหรือสนามเด็กเล่นตามรอยพระยุคลบาท (ร.9) พัฒนาสมอง BBL ให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยตาหมิงได้เรียนรู้เพิ่มทักษะและพัฒนาสมอง
ที่โรงเรียนบ้านห้วยตาหมิง ม.6 ต.ปากหมาก อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากที่นายสันติศักดิ์ ผุดเอียด ผอ.โรงเรียน นำครูร่วมกับชาวบ้าน นักเรียนช่วยกันสร้างบ้านพ่อ สร้างสนามเด็กเล่นพัฒนาสมองตามแนวทาง BBL เล่นตามรอยพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (ร.9)เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของเด็ก ๆระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา จำนวน 6 ฐานประกอบด้วย 1, บ้านต้นไม้ บ้านของพ่อ ร.9 : ศูนย์รวมจิตรใจในการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ 2,ห้องสมุดลิง : เป็นการส่งเสริมการอ่าน พัฒนาการสมอง 3,ลานเล่านิทาน : ส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษากล้าแสดงออก 4,ดิน ทราย โคลน น้ำ : พัฒนากล้ามเนื้อเล็ก คิดสร้างสรรค์ 5, สระฝึกว่ายน้ำ :ทักษะเพื่อความอยู่รอด 6,พื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง : ทักษะเพื่อการยังชีพ โดยใช้เวลาก่อสร้าง 89 วันและได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว งบประมาณก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 870,000 บาท ในจำนวนดังกล่าวใช้งบประมาณของรัฐเพียง 87,000 บาท ที่เหลือส่วนใหญ่ได้จากการสนับสนุนของชาวบ้านผู้ปกครองที่ลงแรง ลงเงินดำเนินการเพื่อพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เปิดบ้านพ่อให้เด็กนักเรียนได้เล่นพัฒนาสมองอย่างเป็นทางการ โดยมีนายเจริญศักดิ์ วงศ์สุวรรณ นายอำเภอไชยา เป็นประธานในพิธีเปิด อย่างเรียบง่าย แต่ยิ่งใหญ่โดยใช้ปืนใหญ่ในสมัยโบราณชื่อ นางพญาวัดหลง ยิงจำนวน 3 นัดเพื่อแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และเป็นสิริมงคล
โดยบ้านพ่อหลังนี้ นายสันติศักดิ์ ผุดเอียด ผอ.โรงเรียนบอกว่าจัดทำขึ้นเพื่อพ่อโดยสร้างบ้านอยู่คู่กับต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นและเด็ก ๆ สนุกสนานกับการเรียนรู้ ภายในบ้านมีนิทรรศการพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ในหลวงรัชกาลที่ 9 ) มีห้องสมุดลิง มีสะพาน และทุกอย่างที่สร้างขึ้นมาจากความร่วมมือร่วมใจของครู ชาวบ้านและเด็ก ๆ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เด็กนักเรียนทุกคนเมื่อเรียนในห้องเสร็จก็จะกรูกันมา เล่นบ้าน ทำงาน อย่างสนุกสนานตามประสาเด็กแต่ทุกคนมีรอยยิ้มและแววตาที่มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนเด็กโตเน้นตามหลักสูตรลดเวลาเรียนในห้องเรียน เพิ่มเวลารู้จากธรรมชาติที่มีอยู่ในโรงเรียน ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับชาวบ้านยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการนำเด็ก ๆทำแปลงนาข้าว ปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลาดุก นำผลผลิตที่ได้มาเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียนและครูเกือบ 300 ชีวิตได้กินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการทุกคน เหลือขายเป็นรายได้ให้กับนักเรียนได้อีก ทุกๆ เช้าหรือช่วงคาบว่างเด็กนักเรียนจะสลับผลัดเปลี่ยนกันไปเก็บไข่ไก่ในเล้า ไปไว้ที่โรงครัวเพื่อให้แม่ครัวทำกับข้าวเลี้ยงครูและนักเรียนช่วงพักกลางวันและที่เด็ดสุดคือเด็กนักเรียนของที่นี่แต่ละคนจะมีความสามารถที่หลากหลายทั้งการเรียน ความสามารถพิเศษ การสื่อสารภาษาอังกฤษ
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
