- 13 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 13 พ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประทีป เหิมพยัคฆ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี จังหวัดราชบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เดินไปยัง วัดท่าโขลง ต.หลุมดิน อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังมีชาวบ้านชาวบ้านที่อยู่บริเวณติดเขตวัดได้ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ผ่านทางเทศบาลตำบลหลุมดิน และผ่านสื่อโลกโซเชี่ยลต่าง ๆ ว่ามีหมูป่านับสิบตัวมีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ออกเดินหากินคุ้ยเขี่ยเศษอาหารตามถังขยะของหมู่บ้าน เดินตามถนนเป็นจำนวนมาก บางตัวก็เริ่มท้องโต และบางตัวก็เพิ่งจะคลอดลูกออกมาวิ่งตามกันไปเป็นขบวน ชาวบ้านบางคนเกรงว่าจะมีรถยนต์วิ่งชนอาจเกิดได้รับอันตราย และบางคนก็กลัวจะมีคนใจร้ายมาดักจับมันไปฆ่ากินเป็นอาหาร
นอกจากนี้ชาวบ้านบางคนก็ไม่ค่อยชอบที่มันชอบตะกายถังขยะที่ทิ้งอยู่ใกล้บ้านเพื่อคุ้ยเขี่ยหาอาหารกิน ทางหน่วยงานของเทศบาลหลุมดิน จึงได้นำลองปูนซีเมนต์มาวางไว้แล้วนำถังขยะสีน้ำเงินที่เป็นพลาสติกวางลงไปตั้งด้านใน เพื่อป้องกันไม่ให้หมูป่าได้ตะกายถังขยะแต่ก็ไม่สามารถกันได้หมูป่าสามารถตะกายถังจนล้มได้อีก ทำให้ทุกวันนี้จำนวนหมูป่าที่ออกลูก ออกหลานได้เพิ่มขึ้นจนมีถึงกว่า 40 ตัวแล้ว ขณะที่ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงเริ่มทนไม่ไหว จึงได้แจ้งผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นายประทีป เหิมพยัคฆ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี เปิดเผยแนวทางแก้ปัญหาว่า หลังจากได้รับการร้องเรียนว่ามีหมูป่าของวัดท่าโขลงมารบกวนชาวบ้าน คุ้ยหาเศษอาหารในถังขยะ และรบกวนความเป็นอยู่ของชาวบ้าน จากการเข้ามาตรวจสอบพื้นที่วันนี้พบว่ามีหมูป่ามาอาศัยจากวัดที่ได้รับเลี้ยงไว้และรบกวนชาวบ้านจริง ได้ประสานกับทางเจ้าอาวาสวัด จะมอบกับผู้ที่มีความประสงค์นำไปเลี้ยง หรือนำไปปล่อยสถานที่ธรรมชาติ เบื้องต้นทางเจ้าอาวาสวัดได้มอบให้กับหน่วยทหารในพื้นที่ไปบางส่วนแล้ว เพื่อนำไปให้กับผู้ที่แจ้งความประสงค์อยากนำไปเลี้ยงหรือขยายพันธุ์ต่อไป
อยากบอกว่าหมูป่าเป็นสัตว์ที่อยู่ในธรรมชาติ การที่จะนำมาเลี้ยงจะต้องทำสร้างคอกให้ชัดเจน หากปล่อยเลี้ยงไว้อย่านี้จะมีผลกระทบต่อสุขอนามัยของชาวบ้านได้ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนหมูป่าจะชอบนอนเล่นอยู่กับปลักขี้โคลน ทำให้มีเห็บหมู ซึ่งอาศัยอยู่ในตัวหมูป่า บางส่วนจะนำเชื้อไข้ไทฟัส หรือไข้รากสาดใหญ่ จะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัด จึงอยากให้ช่วยดูแลลูกหลาน โดยเห็บเมื่อกัดอยู่กับตัวคนจะอาศัยอยู่ตามข้อพับหรือตามจุดอับของร่างกาย โดยหมูป่าจะมีร่างกายแข็งแรงและมีภูมิต้านทานต่อเห็บจำนวนมาก แต่มนุษย์พบเห็บเพียงแต่ตัวเดียวก็อาจเจ็บป่วยได้
จากการสอบถามเจ้าอาวาสวัดทราบว่า มีประชาชนนำหมูป่ามาบริจาคให้กับวัด จึงต้องเลี้ยงดูแลกัน แต่หากไปรบกวนชาวบ้านคงต้องหาแนวทางแก้ไข โดยวันนี้ได้ประสานไปยังรองปศุสัตว์จังหวัด จะได้เข้ามาดูแลด้านสุขอนามัยในพื้นที่ และจะให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันนับจำนวนหมูป่าทั้งหมดแต่ก็เป็นไปอย่างลำบาก เพราะอาศัยอยู่ตามแนวป่าละเมาะ ข้างถนน ชายน้ำ คงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบนับจำนวนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน คิดว่าจะสามารถจะแก้ไขปัญหาดำเนินการได้ แต่ยังกังวลว่าการทำบุญของประชาชนหลาย ๆ วัด หลายพื้นที่มีปัญหาคล้ายกัน ทั้งปัญหาเรื่องลิงที่มารบกวนชุมชนซึ่งบางวัดต้องสร้างกรงป้องกันลิงเข้ามารบกวน จึงจะต้องมีแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามสำหรับวัดแห่งนี้นอกจากจะเลี้ยงหมูป่า ที่มีประชาชนนำมาถวายวัดแล้ว ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่วัดต้องดูแลอีก เช่น เต่า แพะ นาก ที่อยู่ติดกับกำแพงอุโบสถ และ วัว ซึ่งมีจำนวนกว่า 50 ตัวมีคอกเลี้ยงอยู่ภายในวัด จนวัดดังกล่าวกลายเป็นที่เลี้ยงสัตว์ ซึ่งวัวที่มีจำนวนมากก็จะมีลูกศิษย์วัดปล่อยออกจากคอก เดินอยู่ภายในบริเวณวัด และนำไปหากินบริเวณทุ่งหญ้าใกล้ชุมชนและบ้านเรือนชาวบ้าน ระหว่างทางก็จะถ่ายมูลตกหล่นอยู่บนถนน และหน้าบ้านเรือนชาวบ้าน ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ภายในวัดที่มีกลิ่นเหม็นไปรบกวนการเรียนของเด็ก ๆ ที่มีโรงเรียนอยู่ติดกับวัด และบ้านเรือนของประชาชนแม้แต่ที่เครื่องเล่นออกกำลังกายภายในวัด โดยเฉพาะช่วงฝนตกเปียกแฉะ ส่งกลิ่นเหม็นเต็มไปด้วยขี้วัว ขี้แพะ ตามภาพที่เห็น
ภัทรพงศ์ คำเปรม สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ราชบุรี
