- 14 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
คดีลูกสาวร้องแม่กรอกยาฆ่าตัวแบบมีเงื่อนงำ หรือถูกฆาตกรรมโดยการถูกจับกรอกยาที่กาญจน์ คืบ ตำรวจตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิด พบสาวผู้ตายนั่งขายตั๋วอยู่ท่ารถตู้โดยสาร เดินข้ามถนนเช่าเหมารถ จยย.รับจ้างมุ่งหน้าให้ไปส่งที่ชุมชนเตาปูนข้างท่ารถ บขส.ย่านตัวเมืองกาญจนบุรี ก่อนจะหายตัวไป มาพบอีกทีนอนดิ้นทุรนทุรายในพงหญ้าข้างสวนป่าหน้าลานชมวิว ริมแม่น้ำเขื่อนแม่กลองด้านลูกสาวผู้ตายเผย ผู้จัดการบริษัทรถตู้โดยสาร พร้อมเพื่อนร่วมงาน มาร่วมงานศพบอกเป็นเสียงเดียวว่า ไม่เชื่อแม่จะกินยาฆ่าตัวตาย ด้านผู้กำกับตำรวจ สภ.ท่าม่วงเจ้าของพื้นที่ที่เกิดเหตุ เผย สั่งพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนออกติดตามหาเบาะแสและตามตัวสาวทอม ที่ผู้ตาย ก่อนตายพูดถึง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การคลี่คลายปมคดีว่าฆ่าตัวตายเอง หรือถูกจับกรอกยา เบื้องต้นยังไม่ได้เบาะแส หรือพบตัวสาวทอมผู้ต้องสงสัยเวลา 10.00 น.ของวันที่ 14 พ.ย.60 ผู้สิ่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากพ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีที่แพทย์ของ รพ.พหลพลพยุหเสนา กาญจนบุรี ได้แจ้งให้ ร.ต.อ.ชุมพล เหลืองเอี่ยม รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ท่าม่วงฯ ให้ไปทำการสอบปากคำ นางวาสนา เตียวตระกูล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 16 ต.หนองปรือ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ที่ถูกส่งตัวมาจาก รพ.สมเด็จพระสัวฆราช องค์ที่ 19 ด้วยอาการขั้นโคม่า เนื่องจากกินยากรัมม๊อกโซนฆ่าตัวตาย แต่นางวาสนา ยังมีสติและให้การว่า ถูกสาวทอม บ้านอยู่ตะค้ำเอน อ.ท่ามะกา กับพวกอีก 3 คนจับขึงผืดกรอกยาฆ่าหญ้า จนในที่สุดนางวาสนา เตียวตระกูล ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 10 พ.ย.60 ศพได้ถูกส่งตัวไปผ่าพิสูจน์ที่ รพ.ศูนย์ราชบุรี ภายหลังจากที่นส.พิมพ์ผกา เสือสด อายุ 20 ปี ลูกสาวผู้ตายพร้อมอดีตสามีและญาติๆ ได้เดินทางไปรับศพที่ รพ.ศูนย์ฯ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 พ.ย.60 นส.พิมพ์ผกา พร้อมด้วยอดีตสามีและญาติๆ ของผู้ตายได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ชุมพล เหลืองเอี่ยม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และสื่อมวลชนเพื่อร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากไม่เชื่อว่า นางวาสนา ผู้เป็นแม่ซึ่งมีอาชีพทำงานเป็นแม่บ้านดูแลโรงเก็บรถตู้ โดยสาร และปล่อยคิวรถ จะกินยาฆ่าตัวตายเอง คดีนี้น่าจะมีเงื่อนงำอำพราง
ด้าน พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า "หลังได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี จึงได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ชุมพล เหลืองเอี่ยม รวบรวมหลักฐาน พยานแวดล้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
พร้อมทั้งสั่งการให้ พ.ต.ท.อาณุ ปิ่นทอง รอง ผกก.สส.ฯ นำกำลังออกติดตามหาเบาะแสของผู้ตาย และสาวทอม ที่เป็นผู้ต้องสงสัยตามคำให้การของผู้ตาย ก่อนตายที่ได้ให้การกับทาง รพ.และตำรวจว่า ถูกทำร้ายโดยการถูกจับกรอกยา ไม่ใช่เป็นการกินยาตายเอง เรื่องนี้ตำรวจต้องทำความกระจ่างชัดในการสืบสวนสอบสวนให้มากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชน และผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังมีข่าว ตอนนี้ตนได้สั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนเร่งเก็บภาพวงจรปิดตามจุดต่างๆ หาเบาะแสว่า วันเกิดเหตุผู้ตายทำอะไร ไปไหนบ้างเราได้ภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภาพขณะที่ผู้ตายนั่งขายตั๋วอยู่ที่ท่ารถตู้โดยสารที่ท่ามะกา ภาพวงจรปิดพบว่า นางวาสนา ผู้ตายได้นั่งขายตั๋วอยู่ที่ท่ารถตู้โดยสาร จนกระทั่งเวลาประมาณ 10 โมงกว่า ผู้ตายได้เดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม โดยไปเช่าเหมารถ จยย.รับจ้างให้ไปส่งที่ตัวเมืองกาญจนบุรี ในราคา 200 บาท เราได้เรียกตัวคนขี่รถ จยย.รับจ้างมาสอบสวนปากคำแล้ว ทราบว่า ผู้ตายให้พาไปส่งที่บริเวณหน้าสถานีกรมอุตุฯฝั่งตรงข้ามชุมชนเตาปูน ต.บ้านเหนือ อ.เมืองฯจากนั้นก็ไม่ทราบว่า ผู้ตายไปไหน จนกระทั่งมาพบผู้ว่าตายนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พงหญ้าข้างสวนป่าหน้าลานชมวิวริมแม่น้ำแม่กลองในเขื่อนแม่กลอง ส่วนกรณี สาวทอมกับผู้ชายอีก 3 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยที่ผู้ตายให้การก่อนตายว่า เป็นคนร่วมกันทำร้าย คาดคงจะได้ความกระจ่างในเร็วๆ วันอย่างแน่นอน ตอนนี้ทางชุดสืบสวนได้ออกติดตามค้นหาเบาะแสแล้ว ขอเวลาทำงานสักนิด เชื่อว่าคงได้เบาะแสเร็วๆ วันนี้ เวลา 12.00 น.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ นส.พิมพ์ผกา เสือสด ลูกสาวของผู้ตายที่จัดงานสวดพระอภิธรรมศพนางวาสนา เตียวตระกูลเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะเคลื่อนศพไปทำการฌาปนกิจที่เมรุวัดดอนชะเอมในเวลา 16.00 น พบว่า บรรยากาศการเคลื่อนย้ายศพออกจากบ้านไปถึงวัดเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ได้นำกำลังมาช่วยเหลือเคลื่อนย้ายศพ โดยประชาชนในหมู่บ้านต่างทยอยมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นส.พิมพ์ผกา เสือสด ลูกสาวของผู้ตายว่า "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแม่ครั้งนี้ ตนกับพ่อ และญาติๆ ตั้งข้อสงสัยไว้ หลายประเด็น ประเด็นแรกคือ ถ้าแม่กินยาตายเอง ทำไมแม่ถึงบอกกับหมอที่โรงพยาบาล และตำรวจว่าถูกจับกรอกยา คนใกล้ตายคงไม่โกหก ประเด็นที่ 2 ผลการผ่าพิสูจน์ของแพทย์ระบุในเอกสารที่ส่งมาที่ตำรวจ บอกว่า พบน้ำยาสีฟ้าแต่ไม่ได้ระบุว่า เป็นยาฆ่าแมลงอยู่ในกระเพาะอาหารถึง 200 ซีซี.ซึ่งมันก็ตรงกับขวดยาฆ่าหญ้ายี่ห้อน๊อคโซน หรือกรัมม๊อคโซนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบตรงจุดที่พบร่างของแม่นอนอยู่มันผิดวิสัยของคนที่คิดฆ่าตัวตาย น้ำยามีกลิ่นเหม็นและฉุนมาก กินแค่แก้วเดียวก็ตายแล้ว แต่นี่พบมีปริมาณจำนวนมากถึง 200 ซีซี.ในกระเพาะอาหาร แล้วที่แม่อาเจียนออกมาอีกหลายกอง ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบปริมาณได้อีกละประเด็นสุดท้ายเงินค่าขายตั๋ว หายไปไหน ใครเอาไป ตนและญาติๆ อย่างไร ก็ไม่เขื่อว่าแม่กืนยาตายเอง ต้องมีเงื่อนงำอำพรางอย่างแน่นอนเพราะทราบจากผู้จัดการบริษัทรถตู้กับเพื่อนๆ ของแม่ที่ทำงานอยู่ด้วยกันที่เดินทางมาร่วมฟังพระเมื่อคืนวันที่ 14 พ.ย.60ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวว่า แม่เป็นคนขยันทำงาน และไม่เชื่อว่า แม่จะกินยาฆ่าตัวตาย เงื่อนงำอีกอย่างที่น่าสงสัย แม่นั่งขายตั๋วที่ท่ารถในวันนั้น ตรวจสอบแล้วแม่เอาเงินค่าขายตั๋วติดตัวไปด้วยก่อนหน้าที่จะหายตัวไป จำนวน 1,310 บาทแต่เมื่อตรวจสอบไปที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 และที่ รพ.พหลพลพยุหเสนา รวมทั้งที่มูลนิธิฯ ที่เป็นคนนำตัวแม่ส่ง รพ.ฯ ต่างก็ได้รับการยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุนำตัวแม่ส่งส่ง รพ.ฯ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบในตัวของแม่แล้ว ไม่มีเอกสารหรือทรัพย์สิน หรือเงินสดใดๆ อยู่ในตัวแม่เลยจึงสงสัยว่า เงินสดจำนวน 1,310 บาทค่าขายตั๋วหายไปไหน หายไปได้อย่างไร"มีรายงานข่าวว่า ภายหลังจากที่เกิดกระแสข่าว สาวใหญ่วัย 42 กินยาฆ่าตัวตาย หรือถูกฆาตกรรมอำพรางโดยการจับกรอกยา เผยแพร่ในโลกโชเชียล พล.ต.ต.สุทธิ์ พวงพิกุล รรท.ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี หลังได้รับรายงานเหตุการณ์จากกระแสข่าว จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าม่วงฯ ทำการติดตามสืบสวนสอบสวนเพื่อหาความกระจ่าง ความชัดเจนในเรื่องนี้ว่า เป็นการกินยาฆ่ตัวตายเอง หรือเป็นการฆาตกรรมกันแน่
ข่าว/ภาพ วันชัย แก้ววิลัย/สนั่น ศิลปะขจร สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาญจนบุรี
