- 15 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
สุพรรณบุรี เชิญเที่ยวหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยรองรับไทยแลนด์4.0
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี ร่วมกับหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เชิญเที่ยวชม เรื่องราวและรูปแบบวิถีชีวิตของคนไทยในชนบทสมัยโบราณ รูปแบบที่กำลังจะเลือนหายไป เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด หากมีโอกาสได้มาท่องเที่ยวเมืองสุพรรณ เป็นจังหวัดที่มีอาชีพหลักคือการเกษตรกรรม และ "ควาย" ก็เป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อการใช้งาน ที่มีวิถีชีวิตเคียงคู่กับคนสุพรรณมาโดยตลอด
ล่าสุดหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ได้พัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ เปิดแลนด์มาร์คใหม่ ตามสโลแกน “กินแฟ ดูฟาย” หรือกินกาแฟ ดูควาย แต่ตามภาษาท้องถิ่นของคนสุพรรณแล้วจะพูดว่า “กินแฟ ดูฟาย” กิจกรรมนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศกลิ่นไอธรรมชาติต้อนรับลมหนาว สัมผัสบรรยากาศอิ่มเอมกับท้องไร่ ท้องนา ให้หญ้าแก่ควาย ถ่ายภาพกับควายอย่างใกล้ชิด ยกยอหาปลาแบบโบราณ เพื่อเป็นการรองรับการท่องเที่ยว 2561 ปีการท่องเที่ยวไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจะเป็นการท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ ย้อนยุควิถีชีวิตของเกษตรกรไทยในชนบทสมัยโบราณ ซึ่งเยาวชนรุ่นหลังไม่มีโอกาสได้พบเห็นด้วย ชมการแสดงควายแสนรู้ การใช้ควายไถนา คราดนา ชมพิพิธภัณฑ์ชาวนา ที่เก็บเอาเครื่องมือ ข้าวของเครื่องใช้ของเกษตรกรในชนบทเอาไว้ให้ชมและศึกษาหาความรู้กันจำนวนมาก
ควายกับคนมีผูกพันกันมาแต่โบราณ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนไทยในอดีต เกษตรกรใช้แรงงานควายเพื่อการเกษตร คนไทยในอดีต ยกย่อง ควาย ว่าเป็นสัตว์ที่มีบุญคุณ สมัยก่อนจะไม่ฆ่าควายเพื่อกินเนื้อ แต่จะเลี้ยงดูอยู่ด้วยกันจนกว่าจะแก่เฒ่า และตายตามอายุขัย แต่ปัจจุบันหลายอย่างเปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาแทนที่ ทำให้คนมองคุณค่าของควาย ที่สำคัญและยิ่งใหญ่มาตั้งแต่อดีตกาลนั้น ได้สูญหายลงไปอย่างน่าเสียดาย หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จัดขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นภาพชีวิตชาวนาชนบทไทยดั้งเดิม ภาพการทำนาที่ไม่ใช้เครื่องจักรทันสมัย พร้อมสัมผัสงานฝีมือและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยที่สะท้อนให้เห็นได้จากกลุ่มหมู่บ้านชาวนาไทยและแบบเรียบง่าย อาทิเช่น บ้านเรือนไม้แบบเรือนปลายนา เป็นที่อยู่อาศัยของคนที่มีฐานะค่อนข้างยากจน มีการก่อสร้างแบบเรียบง่าย เรือนศรีประจันต์ เป็นบ้านที่สร้างจากไม้แท้หลังค่ามุงจากและกระเบื้อง ซึ่งเป็นหลังที่สี่และมีขนาดที่ใหญ่โตกว่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่ขยายใหญ่สุดและมีฐานะค่อนข้างร่ำรวยหน่อย และมีอุปกรณ์ต่างที่เก็บไว้ยิ่งน่าศึกษามากยิ่งขึ้นคนกับควาย ทุ่งนากับควาย เป็นสิ่งที่จะขาดไม้ได้ในแถบนี้ หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยได้รวบรวมสิ่งเหล่านี้ไว้สำหรับการศึกษาด้านการเกษตรกรรมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อนักเรียน นักศึกษาจะได้ศึกษาหาความรู้ต่าง ๆ ของการทำนา การทำเกษตรกรรมแบบชาวนาชนบทอย่างเรียบง่าย โดยร่วมการใช้ควายในการทำนา
คนส่วนใหญ่จะว่าโง่เหมือนควาย แต่ควายสามารถฝึกให้เป็นควายแสนรู้ได้ ซึ่งที่หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ได้มีการแสดงความสามารถของควายแสนรู้ การนำควายมาใช้งาน การใช้งานในด้านต่าง ๆ เริ่มกิจกรรม ไถนา คราดนา หว่านข้าว ดำนา เรียนการสอนบังคับควายในการใช้งาน ได้แก่ การขึ้นควาย การให้เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา การแสดงอย่างเต็มที่ คือ เริ่มตั้งแต่การสั่งให้ควายยกขาขวา ยกขาซ้าย ควายสวัสดีผู้ชม, ควายนอนพักผ่อน,ควายนอนตาย, ควายยิ้ม, วิธีการขึ้นควาย 3 วิธี, การทำท่าสะพานควายนับพันปี, การรอดใต้ท้องควาย, ควายเดินข้ามคน, ควายขึ้นที่สูง, รวมไปถึงให้ลูกค้าทดลองนั่งควาย สุดท้ายคือให้นักท่องเที่ยวทดลองนั่งควายเทียมเกวียน ชมพิพิธภัณฑ์ชาวนา ที่เก็บเอาเครื่องไม้ เครื่องมือของใช้ ของเกษตรกร สมัยโบราณมาให้ชมกันจำนวนมาก เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด เวลาเปิด เวลา 09.00 – 18.00 น. การเดินทาง ถนนสาย 340 จากกรุงเทพฯ ถนนสุพรรณบุรี – ชัยนาท อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 115 กิโลเมตร ติดต่อโทร : 035-582-591-2 โทรสาร : 035-581-668 ติดต่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี โทร.035-525880
ภาพ/ข่าว มงคล สว่างศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ. สุพรรณบุรี
