- 16 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้เปิดแถลงข่าวแนวทางแก้ปัญหาราคายางพาราในจังหวัดตรังกับสื่อมวลชน ที่ห้องลิบง ศาลากลางจังหวัดตรัง ชั้น 2 โดยกล่าวว่า เบื้องต้นขอชี้แจงให้ทราบว่าการเรียกให้ตัวแทนเครือข่ายสถาบันเกษตรกรยางใน จ.ตรัง 2 ท่านเข้าพบภายในค่าย ร.15 พัน 4 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ไม่ได้เป็นการอุ้มเข้าค่ายทหารไปปรับทัศนคติหรือห้ามไม่ให้ไปร่วมสมทบกับตัวแทนจากภาคอื่นๆ เพื่อเข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 60 ที่ผ่านมา แต่เป็นการขอพูดคุย ทำความเข้าใจ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดตรัง และขอให้มีการร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ปัญหากันภายใน ส่วนข้อเรียกร้องระดับประเทศก็ยินดีส่งไปยัง คสช. รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ซึ่งทุกฝ่ายก็พูดคุยกันเข้าใจตรงกัน ไม่มีปัญหาอันใด ขอให้เชื่อในบรรยากาศปรองดองและเป็นไปในทิศทางเดียวกันที่จะร่วมกันแก้ปัญหาเพื่อปากท้องของชาวสวนยางพารา
นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวอีกว่า อยากให้เกษตรกรชาวสวนคิดทบทวน เรื่องการแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่าของยางให้มากขึ้น เรื่องของคุณภาพน้ำยาง ที่จะทำให้มีรายได้มากขึ้นด้วย หากมีเวลาว่าง นอกจากขายน้ำยางควรทำเป็นยางแผ่น เพราะขายได้ราคาดีกว่า ส่วนภาคราชการ เน้นย้ำให้เกษตรอำเภอต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้ได้ข้อมูลความเดือดร้อนของเกษตรกรอย่างแท้จริง รวบรวมเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป ส่วนในเรื่องโรงงานน้ำยางข้น จังหวัดก็ยังมีแนวคิดที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น สหกรณ์ฯ มีเงินในการดำเนินการแต่ตอนนี้ยังหาสถานที่ก่อสร้างไม่ได้ เนื่องจากต้องใช้พื้นที่กว่า 70 ไร่ จังหวัดตรัง เป็นเมืองยางพาราต้นแรก เราจะไม่ถอยเรื่องยางแน่นอน และจะไม่ใช่จังหวัดแรกๆที่จะโค่นต้นยางไปปลูกปาล์มน้ำมัน แต่เราจะต้องดูปริมาณการโค่นยางที่เหมาะสม ไม่ใช่โค่นทั้งหมด เพราะหากราคาปาล์มน้ำมันผันผวนก็จะลำบากอีก การโค่นยางเพื่อปลูกปาล์มหรือพืชอื่นๆ ต้องมีหลัดคิด แต่หากคิดแล้วว่าปลูกยางแล้วไม่ดีขึ้น ก็ไม่ควรดันทุรังทำไป อยากให้คนทั่วประเทศคิดว่า เมื่อคิดถึงยาง ให้คิดถึงจังหวัดตรัง
ในส่วนของจังหวัดเองจะทำอะไรเพื่อชาวสวนได้บ้างในขณะที่กำลังเดือดร้อน ปีนี้จังหวัดจะจัดสรรงบประมาณ 1 ล้านบาท จะคัดเลือกเกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่เคยเข้าร่วมกลุ่มอะไรเลยกับทางราชการมาร่วมเวที รับฟังความคิดเห็น บอกเล่าปัญหา สิ่งที่เขาต้องการ แล้วจังหวัดจะดูว่าจะมอบปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวเนื่องกับยางอะไรให้ได้บ้าง ซึ่งต้องคัดคนที่เดือดร้อนสุดๆ มีพื้นที่ปลูกยางน้อย ไม่มีเอกสารสิทธิ์ มีหนี้สินสุจริตมาก ให้ทางอำเภอคัดมา รีบแก้ปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนให้ก่อน ซึ่งอาจจะมอบสัตว์เลี้ยง พืชผัก ให้ไปสร้างอาชีพ ให้มีกินในครัวเรือน หลังจากนี้ งบจังหวัดทุกอย่างที่มีจะรีบใช้เพื่อแก้ปัญหายางพาราโดยตรงก่อน ส่วนเรื่องถนน หนทาง การขุดลอกคูคลองอาจจะต้องระงับไว้ก่อน เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนในเรื่องยางก่อน ซึ่งในปี 2562 เตรียมทำงบประมาณกว่า 100 ล้าน เพื่อช่วยเหลือเรื่องยางและส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับยางโดยตรง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำโครงการเข้ามา เบื้องต้นที่มี โครงการของสภาอุตสาหกรรม งบประมาณ 30-40 ล้านบาท เรื่องอัดแท่งยาง ส่วนสหกรณ์ยางฯ ก็เสนองบทำบล็อกรองเท้าจากยางพารา ส่วนปี 2561 ในส่วนของงบเพิ่มเติมก็น่าจะมีเข้ามาอีก ขอให้ทำโครงการใหม่เข้ามาได้ ซึ่งจะดูแลปัญหาเรื่องยางพาราให้ก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทิ้งเรื่องปาล์มน้ำมัน หรือพืชอื่นๆ
ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง
