- 16 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 16 พ.ย. 60 ที่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 2 บ้านคุ้มหัวเมือง ต.ภูแล่นช้าง อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ นายบำรุง คะโยธา ประธานจิตอาสาประชารัฐเพื่อสังคม จ.กาฬสินธุ์ นายไสว ภูวานคำ รองประธาน พร้อมด้วย ดร.ธวัชวงศ์ชัย ไตรทิพย์ เลขานุการฯ และคณะกรรมการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าเยี่ยมเยือนครอบครัวของนายไชยพศ ไชยประโคม อายุ 18 ปี เด็กหนุ่มยอดกตัญญู ที่เลี้ยงดูย่าสูงอายุด้วยความกตัญญู ภายหลังจากครอบครัวแตกแยกแม่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ส่วนพ่อเมื่อแม่เสียชีวิตก็หันมาติดสุราจนไม่มีงานทำกลายเป็นคนเร่ร่อนไม่มีหลักแหล่ง โดยมีคณะจิตอาสาจากประเทศญี่ปุ่น ร่วมศึกษาดูงานการปฏิบัติงานของคณะกรรมการจิตอาสาประชารัฐเพื่อสังคม จ.กาฬสินธุ์ อย่างใกล้ชิด
โดยระหว่างการพูดคุยและมอบเงินทุนให้กับนายไชยพศ ไชยประโคม เด็กกตัญญู นางคำพู ไชยประโคม คุณย่าวัย 80 ปี ได้ยิ้มอย่างมีความสุขด้วยความปลาบปลื้มที่ทุก ๆ ฝ่ายได้มองเห็นความดีของหลานชายถึงแม้จะพบเจออุปสรรคชีวิตทั้งแม่เสียชีวิต พ่อก็กลายเป็นคนเร่ร่อน ซึ่งทั้งสองนได้แต่กล่าวคำว่าขอบคุณอย่างตื้นตันใจ
นางบุญเพิ่ม วรรณทอง ประธานคณะกรรมการจิตอาสาประชารัฐเพื่อสังคม อ.นาคู กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือผู้ยากลำบาก ในการดำเนินการได้คัดเลือกในระดับอำเภอและพิจารณาก่อนจะส่งเข้าไปยังระดับจังหวัด โดยในกรณีของนายไชยพศฯ นั้น ทราบว่าต้องลำบากมาตั้งแต่เด็กเพราะแม่ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ระหว่างนั้นเขาเองก็ไม่ทิ้งการเรียน ทั้งยังเอาเวลาว่างไปรับจ้างแบกน้ำแข็ง เก็บผักบุ้ง มาขายเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษา แม้ว่าพ่อของไชยพศฯ จะยังมีชีวิตอยู่แต่การเสียชีวิตของภรรยาสร้างความเสียใจอย่างมากจนทำให้เขาดื่มสุราหนักจนติด และกลายเป็นคนเร่ร่อนไม่มีหลักแหล่ง สุดท้ายญาติจึงเอามาเลี้ยงดูโดยอาศัยอยู่กับย่า คือนางคำพู ไชยประโคม อายุ 80 ปี ผู้เป็นย่าที่แก่ชรา ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะเรียนอยู่วิทยาลัยเทคนิคเขาวง ส่วนตัวเขาจะหาเวลาว่างกลับมาดูแลย่าตลอดช่วงกลางวันและในวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ ก็จะไปรับจ้างที่ร้านคาร์แคร์ในตัวอำเภอวันละ 200 บาท และยังหารับจ้างอื่น ๆ ในหมู่บ้าน โดยที่เขาจะไม่เกเร เป็นเด็กดีมาตลอด จึงเห็นว่าเขาเหมาะที่จะได้รับการช่วยเหลือตรงจุดนี้
“ได้พบเห็นและรับรู้เรื่องราวชีวิตของนายไชยพศฯ มาโดยตลอด และคิดว่าเขาเหมาะสมที่จะต้องกรับการช่วยเหลือจากทางจิตอาสาประชารัฐเพื่อสังคม จ.กาฬสินธุ์ ทางคณะกรรมการระดับอำเภอจึงคัดกรองและส่งรายละเอียดตามขั้นตอน นอกเหนือจากการเป็นเด็กดี ความกตัญญูแล้ว ยังมองถึงอนาคตที่เขาจะเป็นกำลังสำคัญช่วยเหลือและเป็นแบบอย่างที่ดีกับเยาวชนรุ่นน้องได้ ส่วนเงินทุนที่ได้รับมอบจะแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกจะให้เป็นค่าครองชีพ ส่วนที่ 2 จะใช้เป็นทุนในการต่อยอดให้เม็ดเงินนี้เพิ่มพูนขึ้น เพื่อไม่ให้เม็ดเงินส่วนนี้สูญเปล่า ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมอาชีพเสริม การลงทุนอื่น ๆ ให้มีรายได้เข้ามา โดยเฉพาะด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่คิดว่าจะเหมาะกับชีวิตของนายไชยพศฯ ที่ส่วนตัวเขาเองก็มีความสนใจและอยากที่จะทำตอมรอยพ่อหลวงเช่นกันทั้งนี้หากผู้ใจบุญอยากจะร่วมต่อยอดเพิ่มเป็นทุนการศึกษาให้กับนายไชยพศฯ สามารถติดต่อมาได้ที่ 087-8522044 ” นางบุญเพิ่ม กล่าว
นายไสว ภูวานคำ รองประธานคณะกรรมการจิตอาสาประชารัฐเพื่อสังคม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการจิตอาสาประชารัฐฯ ได้ดำเนินการคัดกรองบุคคลผู้ยากลำบากตามเกณฑ์เพื่อเข้าช่วยเหลือ โดยทั้ง 18 อำเภอ รายยชื่อที่ผ่านการคัดกรองจากระดับหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอมายังระดับจังหวัดกว่า 600 คน ชุดแรกได้คัดกรองไปแล้ว 18 อำเภอ อำเภอละ 1 คน โดยเงินที่มอบไปจำนวน 4,000 บาท จะเป็นทุนในการต่อยอดสร้างชีวิตใหม่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการในพื้นที่ ที่จะไม่ให้เป็นเงินสูญเปล่าและจะมีการลงพื้นที่เยียมเยือนเป็นระยะ ๆ ทั้งการเก็บข้อมูลความก้าว การติดตามผล และเพิ่มขยายการช่วยเหลือให้แผ่กว้างออกไป โดยมุ่งเน้นที่จะช่วยเหลือผู้ยากลำบากให้มากที่สุดอย่างเต็มกำลัง
“คณะกรรมการประชารัฐฯ ที่ผ่านมาได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่บ้านเชียงสา ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ จากการมอบเงินทุนช่วยเหลือ 17,000 บาท ได้รับการต่อยอดเป็น 20,000 บาท จนถึงวันนี้กองทุนฯ บ้านเชียงสามีงบประมาณกว่า 30,000 บาทแล้ว นอกจากนี้การมอบเงินให้กับผู้ยากลำบากทั้ง 18 อำเภอ การตื่นตัวของคณะกรรมการในการจุดประกายความมฝันและสร้างพลังให้กับผู้ยากลำบากหันกลับมาสู้ชีวิตอีกครั้งกำลังเป็นกระแสที่เกิดขึ้นในหลายชุมชยนเป็นการช่วยเหลือกันและกันอย่างเอื้อเฟื้อโดยไม่หวังผลตอบแทนอย่างแท้จริง” นายไสว กล่าว
ภาพข่าว/ชมพิศ ปิ่นเมือง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
