โต้เดือด!! เจ้าของรีสอร์ทดังหลีเป๊ะแถลงโต้ ไม่เคยไล่ที่ตำรวจ ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลหรือนายทุนเป็นแค่ผู้ลงทุนโดยสุจริตเท่านั้น..!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

นายมานิตย์ กวีรัชต์ เจ้าของบันดาหยารีสอร์ทและบันดาหยาวิลล่า ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะหลีเป๊ะ ม.7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล พร้อมด้วยนายนิคม อิ่มใจ ทนายความ ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในจ.สตูลทุกแขนง ที่ห้องประชุมร.ร.สินเกียรติบุรี จ.สตูล เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและขอความเป็นธรรมกรณีตำรวจอ้างทวงคืนที่ดิน 10 ไร่ ที่ตั้งอาคารที่พักสถานีตำรวจภูธรเกาะหลีเป๊ะทางสื่อต่างๆ

โดยนายนิคม อิ่มใจ ทนายความกล่าวว่า สถานีตำรวจภูธรเกาะหลีเป๊ะเดิมเป็นศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล ปลูกสร้างอยู่ในที่ดิน น.ส.3 และเลขที่ 39 อันเป็นที่ตั้งรีสอร์ทได้ถูกพล.ต.อ.วีระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร.และคณะเกือบ 100 นาย พร้อมอาวุธปืนกล ปืนพกสั้น นั่งเฮลิคอปเตอร์จากฝั่งไปลงที่เกาะและไปแถลงข่าวที่สภ.เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งติดกับรีสอรส์ทว่าถูกนายทุนผู้มีอิทธิพลฟ้องขับไล่ตำรวจให้ออกจากที่ดินซึ่งเดิมมี 10 ไร่เหลืองเพียง 2 งานและนายทุนได้เอาที่ดินมาปลูกสร้างรีสอร์ท ที่ศาลฎีกาพิพากษาให้ตำรวจชนะคดีจึงมาเอาคืนที่ดินเพื่อศักดิ์ศรีของตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้จะไม่กล่าวชื่อแต่ทุกคนก็รู้ว่านายทุนที่ว่าคือนายมานิตย์ กวีรัชต์ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกิจการของตำรวจสภ.เกาะหลีเป๊ะและสิ่งสาธารณูปโภคและอยู่ติดกัน การกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการเสนอความจริงที่ต่างออกไปทำให้นายมานิตย์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ เป็นประธานกลุ่มอันดามัน ซึ่งเป็นผู้มีฐานะทางสังคมเป็นผู้ที่มีคนรู้จักเกิดความเสียหาย

โต้เดือด!! เจ้าของรีสอร์ทดังหลีเป๊ะแถลงโต้ ไม่เคยไล่ที่ตำรวจ ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลหรือนายทุนเป็นแค่ผู้ลงทุนโดยสุจริตเท่านั้น..!!

ขณะที่นายมานิตย์ ได้กล่าวว่าตนยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลหรือนายทุนแต่เป็นผู้ลงทุน และไม่เคยกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่และบุคคลใด ไม่เคยไล่ที่ตำรวจหรือฟ้องขับไล่ เป็นผู้ประกอบการอาชีพสุจริต ข้อเท็จจริงคือที่ดินที่ปลูกสร้างรีสอร์ทนี้มีเอกสารสิทธิ์แบบน.ส.3 ที่กรมที่ดินและกรมป่าไม้ได้รับรองว่าออกมาโดยชอบด้วยกฏหมายแล้ว และเคยถูกหัวหน้าอุทยานฯแจ้งความดำเนินดคีเมื่อปี 54 ขณะเริ่มก่อสร้างในที่ดินน.ส.3 เลขที่39,29 มาแล้ว แต่ผกก.สภ.เมืองสตูล สั่งไม่ฟ้องเพราะเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว ต่อมาปี58 ก็ถูกอุทยานกล่าวหาว่าบุกรุกที่ดินอุทยานฯอีกครั้ง ให้รื้อถอนอาคาร 2ชั้น20 ห้องเนื้อที่ 6 ไร่ ต่อมารังวัดแล้วคงเหลือ 3 ไร่ให้รื้อถอนอาคารดังกล่าวเพียง 2 ห้องเท่านั้น และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ใช่เจ้าของที่ดิน กรมป่าไม้ไม่เคยอนุญาติให้ใช้ที่ดิน และนายมานิตย์ไม่เคยฟ้องคดีตำรวจ การที่มากล่าวอ้างดังกล่าวทำให้ตนเสียชื่อเสียง โดยกรณีกล่าวอ้างว่าตนเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นนายทุนฟ้องไล่ที่ตำรวจ ร่วมกันออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ทั้งหมดทำให้เสียชื่อเสียงและส่งผลกระทบต่อรีสอร์ทของตนบนเกาะหลีเป๊ะ โดยทางทนายและนายมานิตย์ได้นำชาวเลเกาะหลีเป๊ะเจ้าของที่คนเดิมที่อยู่ในที่ดินที่เป็นสภ.เกาะหลีเป๊ะมาพร้อมหลักฐานเอกสารต่างๆ เพื่อขอความเป็นธรรมต่อสังคมว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง ซึ่งนอกจากนี้วันที่ 13 พ.ย. 60 นายอมรินท์ ศาลากิจ ผจก.บันดาหยารีสอร์ทและบันดาหยาวิลล่า ข้อหา “ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” ซึ่งความจริงแล้วทางรีสอร์ทเองได้ยื่นขอไปแล้วแต่ติดขัดข้อกฏหมายจึงยังไม่ได้รับอนุญาติ ซึ่งโรงแรม รีสอร์ทบนเกาะหลีเป๊ะทั้ง 80 แห่งไม่มีใครที่ได้รับใบอนุญาติเลย แต่โรงแรมของตนกลับถูกจับกุมเพียงแห่งเดียว ตนไม่อยากพูดว่าเพราะอะไร เพราะหากจะดำเนินการทั้งหมดทุกแห่งพวกเราก็ต้องคงเลิกกิจการกันหมด ต้องยอมรับกับวิบากกรรมที่ถูกกล่าวหามาตลอด แม้นแต่ชาวเลเกาะหลีเป๊ะผู้ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผู้รักษาเกาะแห่งนี้ไว้ไม่ให้เป็นของชาติอื่น ก็ยังเดือดร้อนบางคนมีที่ดินผืนเดียวแต่โดนไป 10 คดีก็มี

โต้เดือด!! เจ้าของรีสอร์ทดังหลีเป๊ะแถลงโต้ ไม่เคยไล่ที่ตำรวจ ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลหรือนายทุนเป็นแค่ผู้ลงทุนโดยสุจริตเท่านั้น..!!

ซึ่งนายสันติราษฎร์ ศิริอ้น ชาวเลทายาทผู้ขายที่ดินให้นายมานิตย์กล่าวว่าที่ดินของตนซึ่งได้รับทอดมาจากยาย ช่วยยายปลูกมะพร้าว เวลาว่างก็ออกทะเลอยู่ๆก็มีการฟ้องไล่ที่บอกว่าเป็นที่ของรัฐ ซึ่งบรรพบุรุษตนอยู่มานานในผืนดินแห่งนี้ กลับถูกเผาไล่ที่ กลับถูกเจ้าหน้าที่รัฐไล่ตนไม่แน่ใจว่าตนบุกรุกที่รัฐหรือรัฐบุกรุกที่ตนกันแน่เพราะเราอยู่กันมากว่า 60 ปีแล้วก่อนประกาศเขตอุทยาน ก่อนประกาศราชทัณฑ์ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามในการแถลงข่าวครั้งนี้ทางทนายได้กล่าวถึงกรณีคำพิพากษา ของศาลฎีกาว่าศาลไม่ได้บอกว่าตำรวจเป็นเจ้าของที่ดิน ดังนั้นจะอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินไม่ได้ และยืนยันว่าทางรีสอร์ทไม่เคยขับไล่ตำรวจแม้นแต่ครั้งเดียว จึงขอชี้แจงมายังสื่อแขนงต่างๆด้วย

โต้เดือด!! เจ้าของรีสอร์ทดังหลีเป๊ะแถลงโต้ ไม่เคยไล่ที่ตำรวจ ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลหรือนายทุนเป็นแค่ผู้ลงทุนโดยสุจริตเท่านั้น..!!

ภาพ/ข่าว น.ส.คอดีเย๊าะ เงินเจริญ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สตูล