เหมืองทองอัครายังวุ่นไม่เลิก !! ฝ่ายต่อต้านดิสเครดิต..ร้องบ่อเก็บกากแร่รั่ว ชาวบ้านตัวจริงบุก กพร. จี้สอบนักวิชาการเอาเงินกองทุนไปละลายทิ้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 17 พ.ย. 2560 ปัญหาความวุ่นวายของเหมืองแร่ทองคำอัครา รีซอร์สเซส จำกัด(มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ที่ได้ถูก พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจ ม.44 สั่งปิดกิจการมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2559 และมีแนวโน้มว่า บริษัทคิงส์เกต ซึ่งเป็นบริษัท ที่ตั้งอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ได้ทำการยื่นร้องอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เพื่อให้พิจารณาคืนความเป็นธรรมให้กับเหมืองแร่ทองคำอัครา จ.พิจิตร เนื่องจากไม่มีข้อมูลชี้ชัดในเชิงวิชาการและทางวิทยาศาสตร์ ว่า เหมืองทองอัคราพิจิตร ดำเนินกิจการผิดกฎหมายหรือทำลายสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด อีกทั้งอาจจะมีการฟ้องร้องสิทธิที่ควรได้ จากการเสียโอกาสที่ว่ากันว่าเป็นจำนวนเงินมหาศาลถึง 3 หมื่นล้านบาท  แม้จะยังไม่มีฝั่งใดออกมายืนยันตัวเลข แต่ว่ากันว่านี่อาจเป็นค่าโง่ที่คนไทยทั้งประเทศต้องร่วมกันรับชะตากรรม...ความคืบหน้าล่าสุดปรากฏว่า มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไปร้องสื่อมวลชนว่าพบเห็นในท้องนา ซึ่งอยู่ติดกับบ่อเก็บกากแร่ พื้นที่มีน้ำเน่าเสียอีกทั้งร้องไปยังกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เพื่อขอให้ลงพื้นที่ตรวจสอบใน 6 จุด ซึ่งเมื่อวันวานที่ผ่านมา ส่วนราชการประกอบไปด้วยฝ่ายเกษตร ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตัวแทนเหมืองทองอัครา ฝ่ายชาวบ้านที่คัดค้านการทำเหมือง พร้อมด้วย ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.นเรศวร และ กรมควบคุมมลพิษ สิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมจังหวัด รวมแล้วเกือบ 20 คน ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำในทุ่งนาที่อยู่ใกล้กับบ่อเก็บกากแร่ เพื่อส่งตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงพร้อมกับวัดคุณภาพของน้ำที่เก็บไป ว่ามีคุณลักษณะทางเคมีและกายภาพที่มีสารปนเปื้อนจากากรรั่วซึมของบ่อเก็บกากแร่ของเหมืองทองอัครา หรือไม่ ซึ่งคงต้องใช้เวลาวิเคราะห์ และสรุปข้อมูลภายใน 1-2 สัปดาห์จึงจะรู้ผล

ในอีกมุมหนึ่งของความวุ่นวายของคนที่สนับสนุนให้เหมืองแร่ทองคำอัคราพิจิตรดำเนินกิจการต่อ เนื่องจากแกนนำกลุ่มนี้และคนกลุ่มใหญ่มองว่าการมีเหมืองทองเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ จ่ายภาษีบำรุงท้องถิ่น แต่ที่ผ่านมามีเพียงคนกลุ่มน้อยที่มีผลประโยชน์แอบแฝงเรื่องการค้าที่ดินพยายามให้ข้อมูลอันเป็นเท็จว่าเหมืองทองอัครามีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สุดท้ายบรรดานักวิชาการก็กระโดดเข้ามาเขียนโครงการขอใช้เงินที่เรียกว่าเงินกองทุนประกันความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ( ปัจจุบันมีเงินก้อนนี้อยู่ 90 ล้านบาท )เพื่อทำการวิจัยต่างๆ นานา ล่าสุดเมื่อวันวานที่ผ่านมา (  16 พ.ย. 2560 ) นายฝ้าย มหาสัตย์  นายก อบต.วังโพรง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ในฐานะกรรมการกองทุนประกันความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมด้วยพวกที่เป็นตัวแทนประชาชนคนรอบเหมืองทอง จาก ต. เขาเจ็ดลูก ต.วังโพรง ต.ท้ายดง จำนวนกว่า 10 คน ได้ตบเท้าหาเข้าพบและยื่นหนังสือให้กับ นาย อนุ  กัลลประวิทย์ ผู้อำนายการสำนักบริหารสิ่งแวดล้อม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม ว่าขอให้เร่งตรวจสอบ ดร.สมิทธิ์  ตุงคะสมิทธิ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิต และทีมงานที่ได้เคยเขียนโครงการขอนำเงินจำนวน 4.7 ล้านบาท  ให้เหตุผลว่าเอาไปทำงานวิจัย เจาะเลือดตรวจสุขภาพชาวบ้านที่อยู่รอบเหมืองทองเวลาล่วงเลยมานานนับปีแล้วแต่ยังไม่มีผลงานหรือรายงานสุขภาพที่เป็นรูปธรรมในเชิงวิชาการจึงเกรงว่าเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้โดยไม่โปร่งใส จึงมายื่นหนังสือให้ดำเนินการตรวจสอบนักวิชาการ

เหมืองทองอัครายังวุ่นไม่เลิก !! ฝ่ายต่อต้านดิสเครดิต..ร้องบ่อเก็บกากแร่รั่ว ชาวบ้านตัวจริงบุก กพร. จี้สอบนักวิชาการเอาเงินกองทุนไปละลายทิ้ง

เหมืองทองอัครายังวุ่นไม่เลิก !! ฝ่ายต่อต้านดิสเครดิต..ร้องบ่อเก็บกากแร่รั่ว ชาวบ้านตัวจริงบุก กพร. จี้สอบนักวิชาการเอาเงินกองทุนไปละลายทิ้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงแม้เหมืองแร่ทองคำอัคราพิจิตรจะถูก ม.44 สั่งปิดไปตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2559 แต่ปัญหาก็มิได้ปิดลง วิเคราะห์แล้วเหตุน่าจะเกิดจาก...1.มีกลุ่มผู้คัดค้าน ( บางคน-บางกลุ่ม ) ที่อาจมีประโยชน์แอบแฝงเรื่องการค้าที่ดินให้ข้อมูลใช้สื่อบางสาขาโจมตีให้ร้ายเหมืองทองอัครา พิจิตร แบบเล่นไม่เลิกเพื่อหวังเงินปิดปาก อีกทั้งช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่รัฐบาล – เหมืองทองอัครา – ฝ่ายอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ กำลังจะเจรจาหาทางออกเพื่อปลดล็อคค่าโง่ซึ่งว่ากันว่ามหาศาลถึง 3 หมื่นล้านบาท แม้จะยังไม่มีใครออกมายืนยันตัวเลข แต่ประเด็นค่าโง่จึงเป็นเหตุสร้างกระแสดังกล่าว...2.สาเหตุเกิดจากการที่มีเงินกองทุนประกันความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิตจำนวน 90 ล้านบาท จึงทำให้เป็นที่หมายตาของนักวิชาการ-นักพัฒนาองค์กรเอกชน-ชาวบ้านในพื้นที่ที่ต่างทำโครงการต่างๆนานา เพื่อหวังรุมทึ้งเงินก้อนดังกล่าว ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม มิใช่รูปธรรมที่จับต้องสัมผัสหรือกินได้ จึงเป็นสาเหตุของปมปัญหาป่วนกวนเมือง และสร้างความวุ่นวายจนเป็นตำนานมหากาพย์เรื่องเหมืองแร่ทองคำอัคราจังหวัดพิจิตร...คำถามที่ตามมาคือ ในเมื่อไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าเหมืองทองฯ เป็นผู้ผิด ตามที่กลุ่มผู้ประท้วงพยายามประโคมข่าวนั้น รัฐต้องเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ จ่ายเงินค่าชดเชยที่เกิดขึ้นให้บริษัทฯ กลุ่มผู้ประท้วงจะต้องมีส่วนรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร หรือจะเพียงแค่ป่วนสร้างกระแส ตีหัวแล้วเข้าบ้าน หนีหายปล่อยให้ชาวบ้านที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุและรัฐบาลชอกช้ำกับการกระทำของตนเองต่อไป

เหมืองทองอัครายังวุ่นไม่เลิก !! ฝ่ายต่อต้านดิสเครดิต..ร้องบ่อเก็บกากแร่รั่ว ชาวบ้านตัวจริงบุก กพร. จี้สอบนักวิชาการเอาเงินกองทุนไปละลายทิ้ง

เหมืองทองอัครายังวุ่นไม่เลิก !! ฝ่ายต่อต้านดิสเครดิต..ร้องบ่อเก็บกากแร่รั่ว ชาวบ้านตัวจริงบุก กพร. จี้สอบนักวิชาการเอาเงินกองทุนไปละลายทิ้ง

เหมืองทองอัครายังวุ่นไม่เลิก !! ฝ่ายต่อต้านดิสเครดิต..ร้องบ่อเก็บกากแร่รั่ว ชาวบ้านตัวจริงบุก กพร. จี้สอบนักวิชาการเอาเงินกองทุนไปละลายทิ้ง

เหมืองทองอัครายังวุ่นไม่เลิก !! ฝ่ายต่อต้านดิสเครดิต..ร้องบ่อเก็บกากแร่รั่ว ชาวบ้านตัวจริงบุก กพร. จี้สอบนักวิชาการเอาเงินกองทุนไปละลายทิ้ง

สิทธิพจน์     สำนักข่าวทีนิวส์  จ.พิจิตร