- 17 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสกลนคร(หลังเก่า) นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในฐานะอนุกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐ และเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการเขื่อนน้ำอูน และนายสุริยะ วิริสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร เพื่อร่วมประชุมติดตาม ผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค หาแนวทางในการดำเนินงาน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลในการปฏิบัติ ทั้งนี้ได้มีตัวแทนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ 5 อำเภอประกอบด้วยอำเภอกุดบาก อำเภอพังโคน อำเภอวาริชภูมิ อำเภอพังโคน และอำเภอนิคมน้ำอูน ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการเขื่อนน้ำอูนจำนวนกว่า 200 คน ขึ้นบนศาลากลางจังหวัด ( หลังเก่า) ขั้น 2 โดยมีแกนนำแต่ละอำเภอนำผู้ชุมนุมร่วมรับฟัง และมีชาวบ้านส่วนหนึ่งนั่งรอนอกห้องประชุม ส่วนแกนนำและตัวแทนกลุ่มเข้าร่วมประชุมหารือ โดยมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโครงการฯและตัวแทนเกษตรกร นำปัญหาและวิธีดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่ปรึกษารัฐมนตรีและรองผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานที่ประชุม และรับฟังความคิดเห็นทั้งสองฝ่ายในการช่วยกันหาทางออกร่วมกัน
หลักสำคัญปัญหาคือเรียกร้องอัตราชดเชยให้เพิ่มสูงขึ้น และหน่วยงานราชการดำเนินการล่าช้า รวมถึงรายชื่อสมาชิกที่ตกหล่นไม่รับเงินค่าชดเชยให้สำรวจใหม่ ซึ่งที่ประชุมมีมติ เบื้องต้นเห็นชอบ โดยตัวแทนกลุ่มเกษตรกรคิดเห็นแนวทางเดียวกัน คืออัตราค่าชดเชย 30,000 บาท/ ไร่ และพร้อมจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สำรวจสมาชิกทั้งหมดที่รับผลกระทบ รวมถึงพื้นที่จำนวนไร่ที่สูญเสีย ขณะที่ปรึกษาแนะให้ทั้งสองฝ่ายระหว่างตัวแทนกลุ่มเกษตรกรและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเร่งสำรวจใหม่ เพื่อแก้ปัญหาและความโปร่งใสยุติธรรม
นายอำนวย ปิตะเส ที่ปรึกษา กล่าวที่ประชุมหลังตัวแทนกลุ่มเกษตรกรได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อว่า การมาร่วมประชุมครั้งนี้ ในฐานะประชุมร่วมอนุกรรมการที่มีการแต่งตั้งขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างโครงการเขื่อนน้ำอูนที่ยืดเยื้อมานาน และไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากมีการดำเนินการไปคนละทิศละทาง ทั้งนี้ ในฐานะประธานอนุกรรมการชุดนี้ และตัวแทนรัฐบาล นำความต้องการ และแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อดำเนินการให้เรียบร้อย ตามนโยบายประชารัฐของรัฐบาล เพื่อต้องการให้ประชาชนในพื้นที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข อย่างไรก็ตามข้อเรียกร้องก็จะนำไปเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ต่อไป โดยท่านรัฐมนตรีสั่งการให้ดำเนินการปัญหาดังกล่าวได้ยุติลงแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนธันวาคม 2560 ศกนี้ ดังนั้น จึงขอให้ตัวแทนหรือแกนนำกลุ่มแต่ละอำเภอทำเอกสารให้เรียบร้อย รวมถึงเจ้าหน้าที่ทำงานให้สอดคล้องตรงกัน ทุกอย่างก็จะราบรื่นและสำเร็จได้โดยง่ายและรวดเร็ว ตามความต้องการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการ จากนั้นผู้ที่มาชุมนุมทั้งหมดต่างพอใจและเดินทางกลับภูมิลำเนา
ไมตรี แก้วบุญมี สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สกลนคร
