- 18 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ท่างกลางความสับสนวุ่นวายของทางเลือกของเกษตรกรไทย ที่ยังงนงงกับความชัดเจนเรื่องนโยบายของภาครัฐ ที่ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการใช้พลังงานเพื่อมาลดต้นทุนการผลิต ยามภาวะฝืดเคือง ทางเกษตรกรในจังหวัดแพร่ที่ไม่เฝ้ามองการทำงานของภาครัฐ ที่ไม่จริงจังในเรื่องนี้ จึงต้องตัดสินใจพึ่งพาตนเอง และกำลังค้นหาวิธีการใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น ในจังหวัดแพร่มีฟาร์มสุกรหลายแห่งนำมูลสุกรมาใช้ในฟาร์มเพื่อลดต้นทุน สำหรับเกษตรกรในกลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นกัน จึงตัดสินใจหันมาศึกษาอย่างจริงจังกับเทคนิคการใช้ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์
นายสุเทพ กิตติกมลพันธ์ เกษตรกร ตำบลบ้านเวียงทอง หมู่ 8 ต.เวียงทอง อ.สูงเม่น มีที่ดินอยู่ 30 ไร่ ก่อนหน้านั้นหลงใหลกับความเพ้อฝันอยากกร่ำอยากรวย ตามคำเชิญชวน ชวนเชื่อของนายทุน ตกอยู่ในวังวนระบบทุนอยู่นานพอสมควร แต่สุดท้ายเกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะรายได้จากแปลงเกษตรนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าเชื้อเพลิงในการสูบน้ำ ซื้อน้ำมันและรายจ่ายเรื่องค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นทุนในการผลิต ส่งผลทำให้ผลผลิตที่ได้มีกำไรเพียงเล็กน้อย ไม่คุ้มกับการลงทุน ทางสมาชิกในกลุ่มฯ จึงคิดค้นหาวิธีลดต้นทุน โดยการใช้พลังงานทางเลือกจากแสงจากแสงอาทิตย์ มาใช้กับแปลงเกษตร
ทางพระทรงสิทธิ์ สันตะมะโน วัดวังหินเจริญธรรม ต.วังหิน อ.เมือง จ.ตาก เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการใช้พลังงานไฟฟ้า และมาถ่ายทอดความรู้กับเกษตรกรในจังหวัดแพร่ กล่าวว่า การใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งในปัจจุบันขาดการส่งเสริมจากภาครัฐทำให้อุปกรณ์มีราคาสูงมาก จนเกษตรกรเข้าไม่ถึงการใช้พลังงานทางเลือกดังกล่าว ในภาพรวมแล้วการใช้พลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในประเทศไทยยังไม่มีใครที่เชี่ยวชาญจริงๆ และรัฐไม่สนับสนุนเป็นเพราะเรื่องของเศรษฐกิจที่ต้องการผลตอบแทนสูง กลุ่มพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์จึงอยู่ในช่วงกอบโกย ทำให้อุปกรณ์มีราคาสูงมาก การที่เข้ามาช่วยสอนให้กับเกษตรกรที่สนใจในการปรับการใช้พลังงานไฟฟ้าให้เหมาะสม โดยเฉพาะการใช้แผงรับแสงที่เหมาะสม เมื่อเปลี่ยนแสงแดดมาเป็นพลังงานไฟฟ้า สามารถใช้กับเครื่องสูบน้ำได้โดยตรง และไฟส่วนเกินสามารถชาร์ตเก็บไว้ในแบตเตอร์รี่ เมื่อแสงแดดหมด พลังงานที่สะสมในแบตเตอร์รี่ก็จะไหลเข้ามาแทน ทำให้สามารถเพิ่มเวลาในการสูบน้ำหรือใช้เพื่อแสงสว่างได้ในระเวลาที่ยาวขึ้น พร้อมทั้งยังเป็นการยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไปด้วย เทคนิคแบบนี้ เกษตรกรไม่ต้องลงทุนซื้อแผงรับแสงแดดจำนวนมากๆ เพียงมีแผงขนาด 280 ถึง 300 วัตร เพียงสองแผงก็สามารถใช้ไฟได้แล้ว
สำหรับเรื่องนี้ทำให้เกษตรกรในจังหวัดแพร่ ยังคงดิ้นรนเพื่อการพัฒนาระบบไฟฟ้าแสงอาทิตย์ เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตในแปลงเกษตร และยังมีความหวังกับภาครัฐ ที่จะมีนโยบายเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกเข้ามาสนับสนุนเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต และความอยู่รอดของเกษตรกรอีกด้วย
ข่าว/ภาพ ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดแพร่
