- 19 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีศาลจังหวัดนครพนม อ่านคำพิพากษาคดีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูใน จ.สกลนคร คดีขับรถชนคนตาย ในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค. .2548 หลังถูกตัดสินจำคุก 3 ปี 2 เดือน ก่อนได้รับการอภัยโทษ จึงติดคุกแค่ 1 ปี 6 เดือน ก่อนที่เจ้าตัวจะเข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อรอรื้อฟื้นคดีใหม่ ตาม พ.ร.บ.รื้อฟื้นพิจารณาคดีใหม่ จึงนำไปสู่การสืบพยานหลักฐานในห้วงวันที่ 8-10 ธ.ค.2559 กระทั่งล่าสุดวันที่ 17 พ.ย. ศาลจังหวัดนครพนมที่ผ่านมา ศาลฯได้อ่านคำพิพากษา ให้ยกคำร้องครูจอมทรัพย์ หลังพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานของครูจอมทรัพย์ที่นำสืบในห้วง 3 วัน ดังกล่าว ไม่มีความน่าเชื่อถือและมีพิรุธ ศาลจึงมีความเห็นให้ยกคำร้อง ต่อมา พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม ออกมาลั่น จะแจ้งความดำเนินคดีกับพยานเท็จของครูจอมทรัพย์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พ.ย. พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้คณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการคลี่คลายคดีครูจอมทรัพย์ หลังศาลมีคำพิพากษา เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการที่มีหลักฐานว่า เป็นการสร้างพยานเท็จหรือมีขบวนการรับจ้างทำผิดแทน เบื้องต้นได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ชมศรีหาราช ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน สภ.นาโดน ในช่วงขณะเกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ สัมฤทธิ์สกุลชัย เข้าแจ้งความเอาผิดกับพนักงานสอบสวน 3 โรงพัก ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในพื้นที่ สภ.นาโดน สภ.เรณูนคร อ.เรณูนคร และ สภ.เมืองนครพนม
พล.ต.ต.สุวิชาญ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งความกล่าวหาดำเนินคดีกับนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของครูจอมทรัพย์ ที่เคยนำพยานหลักฐานสำคัญมายืนยันต่อพนักงานสอบสวนว่าครูจอมทรัพย์ไม่ได้กระทำผิด หลังครูจอมทรัพย์พ้นโทษออกมาเมื่อปี 2556 ก่อนจะร้องต่อกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอรื้อฟื้นคดี และยังแจ้งความกล่าวหานายสับ ว่าปี ที่อ้างว่าเป็นคนขับรถตัวจริง แจ้งความเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานความผิดแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน รวม 3 มาตราคือ 137, 172, และ173 ส่วนคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างรอการสอบสวนขยายผล หากมีส่วนเกี่ยวข้อง จะถูกดำเนินคดีทั้งหมด ซึ่งทางพนักงานสอบสวน จะต้องออกหมายเรียกมาสอบสวนตามขั้นตอน
ผบก.ภ.จว.นครพนม กล่าวต่อไปว่า สำหรับเนื้อหาสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าแจ้งความนั้น พบพิรุธจากหลักฐานในการเข้าแจ้งความ รวมถึงลงการประจำวันที่มาให้การตำรวจ ที่ สภ.เรณูนคร ของนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2556 อ้างว่านายเสริฐ รูปสะอาด เป็นคนขับรถตัวจริง ซึ่งไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ จึงต้องการมาลงบันทึกเพื่อนำไปเป็นพยานหลักฐานช่วยครูจอมทรัพย์ ก่อนเงียบหายไป ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2557 นายสุริยา หรือครูอ๋อง ได้นำนายสับ วาปี ไปแจ้งความลงประจำวัน ที่ สภ.นาโดน ท้องที่เกิดเหตุขณะนั้น เพื่อให้ดำเนินคดี ยืนยันว่าเป็นคนขับรถตัวจริง ทำให้มีคนขับรถถึง 2 คน
“เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเป็นข้อพิรุธสำคัญที่จะได้นำเป็นหลักฐาน รวมถึงสำนวนคำให้การที่ศาลจังหวัดนครพนม ในการเบิกความต่อศาลช่วงการพิจารณาไต่สอนรื้อฟื้นคดี 3 วัน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า นายสุริยา หรือครูอ๋อง จะเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงเอาผิดขบวนการรับจ้างทำผิดแทนครูจอมทรัพย์ และจะได้สอบสวนขยายผลต่อไป ขณะเดียวกันหากพยานที่เหลือคนไหน ที่มีการให้การไม่สอดคล้องกัน เมื่อเทียบกับเอกสารหลักฐานของตำรวจ เมื่อเทียบกับคำให้การของศาล จะได้ตรวจสอบดำเนินคดีทั้งหมดว่ามีเจตนาให้การเท็จหรือไม่ หากเข้าข่ายความผิดก็จะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีอีกต่อไป” พล.ต.ต.สุวิชาญ กล่าวในท้ายที่สุด
ประทีป วชิระธัญญากุล สำนักข่าวทีนิวส์ นครพนม
