สำนึกผิดช้าไปหรือเปล่า..!? ตร.ลุยแจ้งจับ ขบวนการจ้างรับผิด "ครูจอมทรัพย์" ไม่ใช่แพะ พร้อมเปิดคำสารภาพ “สับ วาปี” อ้างเป็นผู้ขับรถชน (มีคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 20 พ.ย. ที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม พ.ต.อ.ณรงค์ วงศ์ธรรม ผกก.(สอบสวน) ภ.จว.นครพนม ในฐานะคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีครูจอมทรัพย์แสนเมืองโคตร พร้อม พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ชื่อเดิม(อดิศักดิ์) ชมศรีหาราชพร สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านกลาง ตำแหน่งช่วยราชการพนักงานสอบสวน สภ.นาโดน เจ้าของคดีครูจอมทรัพย์ในขณะนั้น ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ต.สุระ บุญโยธา สารวัตร(สอบสวน) สภ.นาโดน เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายสับ วาปี นายบุญเทิง วาปี นายเลิศ วาปี และนางจันทร์ วาปี ภรรยานายสับ

สำนึกผิดช้าไปหรือเปล่า..!? ตร.ลุยแจ้งจับ ขบวนการจ้างรับผิด "ครูจอมทรัพย์" ไม่ใช่แพะ พร้อมเปิดคำสารภาพ “สับ วาปี” อ้างเป็นผู้ขับรถชน (มีคลิป)

โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานผู้กระทำหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นการพยานหลักฐาน โดยประการที่นำจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ตามประมลกฎหมายอาญามาตรา 267 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี สืบเนื่องจากนายสับ วาปี พร้อมพวกได้เดินทางมาที่ สภ.นาโดน เพื่อมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันและเคยให้การไว้กับพนักงานสอบสวนว่าเป็นผู้ก่อเหตุขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิตที่บริเวณถนนธาตุน้อย-นาเหนือ บ.สร้างเม็ก หมุ่ 7 ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค.2548

ทั้งนี้ เอกสารรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของ สภ.นาโดน มีเนื้อหาระบุว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 พ.ค.2557 นายสับ วาปี ได้มาพบพนักงานสอบสวนและให้ลงบันทึกประจำวันไว้ โดยนายสับได้สารภาพยืนยันว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2548 ได้ขับรถยนต์คันนี้ไปธุระส่วนตัวที่ อ.เรณูนคร และไปชนรถจักรยานของนายเหลือ กระทั่งทำให้นายเหลือเสียชีวิต

“หลังเกิดเหตุข้าพเจ้าได้หยุดและเปิดประตูรถยนต์ลงมาดู แต่เห็นคนขับรถจักรยานเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงได้ขับรถยนต์หลบหนีไป และนำรถยนต์คันเกิดเหตุไปซุกซ่อนไว้ในป่าใกล้หมู่บ้าน ต่อมาหลังเกิดเหตุประมาณ 2 เดือน จึงได้ขายรถยนต์คันดังกล่าวในสภาพซากรถให้กับผู้รับซื้อของเก่าต่างท้องที่ ซึ่งมาเร่ซื้อของเก่าในหมู่บ้านไปในราคา 20,000 บาท”

สำนึกผิดช้าไปหรือเปล่า..!? ตร.ลุยแจ้งจับ ขบวนการจ้างรับผิด "ครูจอมทรัพย์" ไม่ใช่แพะ พร้อมเปิดคำสารภาพ “สับ วาปี” อ้างเป็นผู้ขับรถชน (มีคลิป)

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร เนื่องจากพบว่า มีรถยนต์ที่มีหมายเลขทะเบียนเหมือนกันกับรถของข้าพเจ้า แต่เป็นคนละหมวดอักษร คนละจังหวัดกัน จึงทำให้นางจอมทรัพย์ถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิด และถูกจำคุกอยู่ในขณะนี้

ในบันทึกยังระบุด้วยว่า ระหว่างที่เกิดคดีนั้น ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการดำเนินคดีกับนางจอมทรัพย์ แต่เข้าใจมาโดยตลอดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้

ภายหลังคดีเสร็จสิ้นข้าพเจ้าจึงได้ทราบว่า นางจอมทรัพย์เป็นผู้ถูกศาลพิพากษาว่า มีความผิดและลงโทษจำคุกในเหตุดังกล่าว และข้าพเจ้าได้ทราบว่าก่อนที่นางจอมทรัพย์จะถูกศาลพิพากษา ลงโทษจำคุกนั้น นางจอมทรัพย์รับราชการครูอยู่ที่ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ไม่ได้กระทำความผิดในคดีดังกล่าว และไม่เคยเดินทางมาในเส้นทางที่เกิดเหตุนี้เลย ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความสงสาร และรู้สึกเห็นใจนางจอมทรัพย์ที่ไม่ได้กระทำความผิด แต่ต้องมาติดคุกเพราะการกระทำของข้าพเจ้า

สำนึกผิดช้าไปหรือเปล่า..!? ตร.ลุยแจ้งจับ ขบวนการจ้างรับผิด "ครูจอมทรัพย์" ไม่ใช่แพะ พร้อมเปิดคำสารภาพ “สับ วาปี” อ้างเป็นผู้ขับรถชน (มีคลิป)

ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงสำนึกผิดและตัดสินใจที่จะเดินทางกลับมาพบ เพื่อสารภาพกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานว่า ข้าพเจ้านายสับ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เฉี่ยวชนกับรถจักรยานของนายเหลือ จนทำให้นายเหลือเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ไม่ใช่นางจอมทรัพย์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ถูกศาลตัดสินจำคุกอยู่ในขณะนี้

โดยในบันทึกประจำวันดังกล่าว ยังระบุชื่อ พ.ต.ต.อดิศักดิ์ ชมศรีหาราช เป็นผู้ลงบันทึกประจำวัน และระบุถึงการเข้าพบพนักงานของนายสับในครั้งนี้ว่า นายสับได้เข้ามารับสารภาพด้วยความเต็มใจและสมัครใจเอง ไม่มีผู้ใดบังคับขู่เข็ญหรือใช้กลอุบายหลอกลวงให้หลงเชื่อด้วยประการใด โดยในบันทึกนี้มีพี่ชายของนายสับ 2 คน และภรรยา ลงชื่อเป็นพยานด้วย

นอกจากนี้ ยังมีเอกสารบันทึกการจ่ายเงินของนายสับที่ขอชำระเงินทดแทนที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้นางจอมทรัพย์ชำระเงินจำนวน170,000 บาท นับแต่วันได้ละเมิดโจทก์

เวลา 10.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.ณรงค์ และ พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ จะได้เดินทางนำเอกสารเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.กฤษดา สุพรรณกูล สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม ซึ่งในขณะนั้นพบว่ามีกลุ่มบุคคลประมาณ 4 คน ประกอบด้วยนายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร สามีครูจอมทรัพย์ นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนครูจอมทรัพย์ นายสับ วาปี และนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ ได้มาปรึกษาหารือกับ พ.ต.อ.ปราโมทย์ อุทากิจ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ภ.จว.นครพนม

สำนึกผิดช้าไปหรือเปล่า..!? ตร.ลุยแจ้งจับ ขบวนการจ้างรับผิด "ครูจอมทรัพย์" ไม่ใช่แพะ พร้อมเปิดคำสารภาพ “สับ วาปี” อ้างเป็นผู้ขับรถชน (มีคลิป)

โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้น พ.ต.อ.ปราโมทย์ ก็ได้แนะนำให้คณะที่มาพบไปปรึกษาที่สภาทนายความจังหวัดนครพนม และยังพาคณะมาปรึกษาที่สำนักงานทนายความแห่งหนึ่งเยื้องกับศาลจังหวัดนครพนม เนื่องเกิดความสงสารครูจอมทรัพย์ แต่วทว่าทนายคนดังกล่าวบอกว่าเป็นคดีที่สิ้นสุดถึงศาลฎีกาแล้ว ทำอะไรไม่ได้ จึงไม่รับว่าความให้กลุ่มบุคคลทั้ง 4 คน ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินทางกลับ

ซึ่งจากการตะเวนแจ้งความของคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีครูจอมทรัพย์ที่ถูกแต่งตั้งจาก พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม มอบหมายให้คณะทำงานมาแจ้งความ รวม 2 สภ.ครั้งนี้ มี พ.ต.ท.อธิศักดิ์ เป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ในข้อหาเดียวกันในข้างต้น

ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล สำนักข่าวทีนิวส์ นครพนมรายงาน