- 20 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานจากชายแดนด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า บรรดาร้านค้ารถจักรยานมือ 2 จากประเทศญี่ปุ่น ที่นำรถจักรยานปั่น 2 ล้อ เข้ามาจากประเทศญีปุ่น และประเทศจีนนำมาวางจำหน่ายบริเวณท่าขนส่งสินค้า ตามแนวชายแดนไทย - เมียนมา เช่น ท่าเรือ บ้านท่าอาจ ท่า 9 และ ท่า 10 และท่าขนส่งสินค้าอีกหลายแห่ง ซึ่งมีจักรยานในโกดังนับหมื่นคัน ติดค้างอยู่เริ่มขายไม่ได้แล้ว ซึ่งเจ้าของร้านซึ่งส่วนมากเป็นชาวเมียนมา ต่างพยายามรีบเทขายรถจักรยานที่มีอยู่ในคลัง ก่อนที่จะปิดกิจการลง บางร้ายหนีข้ามไปเปิดฝั่งเมียนมาแล้ว เพื่อหนีภาษีจากฝั่งไทยที่เก็บแพงแบกรับภาระไม่ไหว
ทั้งนี้หลังจากที่ทางศุลกากรแม่สอด จะเริ่มเก็บภาษีรถจักรยานมือ 2 คันละ 400 บาท เจ้าของผู้ประกอบการต่างเห็นว่า ราคาภาษีรถจักยานเก่าๆมือ 2 ในราคาภาษีดังกล่าว มีราคาแพงมาก ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ มีผลต่อราคาการจำหน่ายรถจักรยานที่สูงขึ้น ทำให้ลูกค้าซื้อยาก จากเดิมซื้อขายง่าย มีคนซื้อมาก และไม่มีการเก็บภาษีใดๆ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ร้านค้าหลายร้านต้องปิดกิจการลง เจ้าของธุรกิจรถจักรยานมือ 2 บางรายต้องทยอยนำรถจักรยานออกไปเก็บไว้ที่ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่เขตอิทธพล กองกำลังชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง บีจีเอฟ. เพราะถ้าเอาไว้ในเขตไทยต้องเสียภาษีคันละ 400 บาท ซึ่งในคลังที่ขายจักรยานดังกล่าวมีรถในโกดังนับหมื่นคัน และถ้าเสียภาษีทั้งหมดจะเป็นจำนวนเงินมหาศาลที่ต้องสูญเปล่าหลายล้านบาท
พ่อค้าจักรยานรายหนึ่งบอกว่า รถจักรยานปั่น 2 ล้อ ได้นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อส่งไปยังฝั่งประเทศเมียนมา จากเดิมได้นำรถจักยานวางจำหน่ายในเขตไทย และรอส่งออกไปยังฝั่งประเทศเมียนมา แต่ตามกฏหมายศุลกากร หรือ พรบ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 นั้น ไม่ได้แล้ว รถบรรทุกที่นำรถจักรยานมา จะไปจอดส่งสินค้าไปยังฝั่งเมียนมาต่อไปไม่ได้อีก เพราะพื้นที่คลังสินชั่วคราวตามแนวชายแดนถูกยกเลิกไปแล้ว ทำให้ตนเองต้องปิดกิจการไป เพราะค่าภาษีต้องจ่ายผ่านเจ้าของท่าเรือในราคาคันละ 400 บาท และเห็นว่ามีราคาแพงมาก ทำให้ค้าขายลำบาก จึงหันไปประกอบธุรกิจในฝั่งเมียนมาแทน ซึ่งอัตราการทเสียภาษีน้อยกว่าหลายเท่าตัวมาก ทำให้ขณะนี้ตลาดรถมือ 2 ชายแดนไทยเมียนมา ปั่วป่วนหนักและราคาถีบตัวสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้านี้มาก
ข่าว/ภาพ ศุภกร จรูญวาณิชย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตาก
