- 20 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 นางรุ่งอรุณ ฤาชัย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ แผนกจิตเวช โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ อายุ 55 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับธนาคารซิตี้แบงก์ กรณีถูกข่มขู่ทวงหนี้บัตรเครดิตวงเงินกว่า 500,000 บาท ทั้งที่ไม่เคยทำบัตรเครดิตและไม่เคยทำธุรกรรมกับธนาคารดังกล่าวแต่อย่างใด โดย พ.ต.ต.ขจร เรือนคำ พนักงานสอบสวน และ พ.ต.ท.ภาสกร ปกปิงเมือง รอง ผกก.สส.สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นผู้รับผิดชอบในคดีดังกล่าว นางรุ่งอรุณ เผยว่า เรื่องเกิดประมาณต้นปี 2558 มีผู้หญิงอ้างว่าเป็นพนักงานของธนาคารซิตี้แบงก์โทรศัพท์มาที่ทำงานของตนทวงหนี้บัตรเครดิต จึงตกใจมากเพราะไม่เคยทำธุรกรรมใดๆ ในลักษณะนี้ไม่ว่ากับแบงก์ไหน แม้จะชี้แจงอย่างไรพนักงานคนดังกล่าวก็ไม่เชื่อและยังโทรศัพท์มาทวงหนี้ทั้งที่ทำงานและทางมือถือ โดยพูดจาข่มขู่และหยาบคาย “พี่เล่าให้สามีฟังและทำการตรวจสอบจนทราบว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อมาเป็นบริษัท UP Collection สำนักงานตั้งอยู่ที่ จ.นนทบุรี เป็นบริษัทรับทวงหนี้ให้กับธนาคารซิตี้แบงก์ จึงประสานไปและพนักงานระบุเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักว่าไม่ตรงกัน แต่พนักงานบริษัทดังกล่าวไม่ได้ติดต่อมาอีก จึงคิดว่าเรื่องยุติลงแล้วเพราะเป็นคนละคนกัน
นางรุ่งอรุณ เผยอีกว่า วันที่ 28 ตุลาคม 2560 ตนกลับได้รับหนังสือจากสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขเชียงใหม่ จำกัด ส่งมาถึงบ้านในชื่อ นางรุ่งอรุณ หรือ นางบุญญาพร ฤาชัย แจ้งว่าสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งขออายัดเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนประจำปี 2560 และทุกปี ตามหมายบังคับคดีหมายเลขแดงที่ ผบ464/2555 เพื่ออายัดเงินและจะจัดส่งให้สำนักงานบังคับคดี ตนและสามีจคงไปยื่นคำร้องคัดค้านและที่สุดสำนักงานบังคับคดีได้ถอนอายัดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าจำเลยในคดีมีเลขประจำตัวประชาชนไม่ตรงกับตนเอง จากการตรวจสอบพบว่านางบุญญาพร ฤาชัย มีเลขบัตรประจำตัวประชาชน 3-5707-00861-67-0 ชาว อ.สันทราย เดิมชื่อรุ่งอรุณ และเปลี่ยนชื่อเป็นบุญญพรเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2556 และแม้จะชื่อนามสกุลเดียวกันตนก็ไม่เคยรู้จัก และการตรวจสอบสามารถพิสูจน์ได้ง่ายจากเลข 13 หลักของบัตรประจำตัวประชาชน จึงรู้สึกว่าได้รับความเสียหาย กระทบจิตใจและชื่อเสียงในหน่วยงาน เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในเรื่องที่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริง หน่วยงานราชการในกระบวนการยุติธรรมควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบและรัดกุม เพราะอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปที่อาจไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาแก้ปัญหา และอาจตกเป็นผู้เสียหายโดยไม่ได้กระทำความผิดเลย” นางรุ่งอรุณ เผยอีกว่า เหตุผลที่เข้าแจ้งความไม่ได้ต้องการเรียกร้องเงินทองจากธนาคารและบริษัททวงหนี้ แต่ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานว่า ไม่ควรใช้วิธีมักง่าย หรือมั่ว ในการดำเนินคดีกับบุคคลที่ไม่ได้เป็นลูกหนี้ แต่ควรรอบคอบที่จะหาตัวลูกหนี้ตัวจริง และอยากให้ธนาคารซิตี้แบงก์และบริษัท UP Collection สำนึกในความผิดพลาดและออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อจิตใจ และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัว
ทั้งนี้ในระหว่างที่นางรุ่งอรุณเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ได้มี ร.ต.สุวัฒน์ ฤาชัย ผู้อำนวยการศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ ภาค 2 สามีของนางรุ่งอรุณเดินทางมาให้กำลังใจภรรยาด้วยตนเอง พร้อมระบุว่า ธนาคารและบริษัททวงหนี้ควรออกมารับผิดชอบเรื่องที่ผิดพลาด เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดกับประชาชนคนอื่นที่ไม่มีทางสู้อีกต่อไป ทางด้านพนักงานสอบสวน กล่าวว่า เบื้องต้นจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งคู่กรณี เพราะคดีนี้ทำให้ผู้เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ได้รับการดูหมิ่น ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย.
ภาพ/ข่าว ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ เชียงใหม่
Cr คุณมะหน่อย
