อาหารไทยมีดี..!? กระโดดไปไกลแล้ว "แกงไตปลา" อาหารพื้นถิ่น เตรียมบินโกอินเตอร์ให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มลอง..!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่22 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกงไตปลา หรือชาวบ้านเรียกว่า แกงพุงปลา เป็นอาหารประจำถิ่นของภาคใต้ แต่ปัจจุบันไม่ว่าจะเดินทางไปภาคไหนเราได้ชิมรสแกงไตปลากันทั่วหน้า เพียงแต่ว่า จะเป็นตำรับดั้งเดิมของชาวปักษ์ใต้หรือไม่ก็คงต้องดูกันอีกที เมื่อนึกถึงแกงไตปลาเราก็จะนึกถึงความเผ็ด ความร้อน เพราะว่าเครื่องแกงจะมีความเผ็ดจากพริกขี้หนู และพริกไทย ทั้งสองอย่างเมื่อผสมรวมกันในเครื่องแกงก็จะทำให้แกงไตปลามีทั้งความเผ็ดและความร้อน นอกจากนี้คำว่า”ไตปลา”ก็คือพุงปลาที่นำไปหมัก การหมักก็ต้องอาศัยเกลือ ก็แน่นอนว่าไตปลาต้องมีความเค็ม เพราะฉะนั้นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแกงไตปลาก็คือ เผ็ด ร้อน และเค็ม เวลาที่นำมาปรุงก็จะปรุงได้สองแบบคือแบบใส่กะทิ กับไม่ใส่กะทิ ก็มาทำให้อร่อย

 

เมื่อเป็นอาหารท้องถิ่นภาคใต้บางทีภาคอื่นๆก็นำไปทำเป็นอาหารขายตามจังหวัดต่างหรือแม้กรุงเทพก็ยังมีแต่จะให้รสเด็ดเผ็ดได้ใจ อร่อยถูกใจตามตำรับของภาคใต้จริงก็หาทานยาก ดังนั้นทางนายจำนง พลูภักดี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดสตูล พร้อมกับนางสาวฟ้าอรุณ คงอาสา เป็นครูประจำแผนกวิชาอุตสาหกรรมเกษตร ที่ร่วมกันคิดหาแนวทางในการแปรรูปพุงปลาอาหารถิ่นใต้ และเป็นที่รู้จักกันของคนใต้ ให้ได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักมากขึ้น และแปรรูปแบบพกพาได้อย่างสะดวกทั้งนำขึ้นรถ ขึ้นเครื่องบินและเป็นของฝากได้สะดวกสบายเลยทีเดียว

อาหารไทยมีดี..!? กระโดดไปไกลแล้ว "แกงไตปลา" อาหารพื้นถิ่น เตรียมบินโกอินเตอร์ให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มลอง..!!

ซึ่งในวันนี้นางสาว กลางดาว โพติยะ อายุ 18 ปี นักศึกษาประจำแผนกวิชาอุตสาหกรรมเกษตร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล พร้อมเพื่อนนักศึกษากำลังโชว์สาธิต การทำพุงปลาสโตย 4.0 โดยกลุ่มนี้ได้มีการทำพุงปลา น้ำแกงพุงปลาสำเร็จรูป เช่นพุงปลาปรุงสุก ที่เป็นจุดไฮไลน์ คือน้ำพุงปลา ใส่บรรจุภัฑณ์ที่ดี สวยงาม แถมจะไม่มีกลิ่นคาว และใช้เนื้อปลาโอที่สด ใหม่ การทำแต่ละครั้งจะใช้ปลา 2กิโล ผ่านการหมักพุงปลาก่อน ซึ่งทางนักเรียนได้ศึกษาวิธีการทำที่ดับกลิ่นคาวได้ดี โดยเมนูในวันนี้จะมี 2 เมนูคือพุงปลาปรุงสำเร็จและพุงปลาปรุงสุก โดยพุงปลาปรุงสำเร็จก็จะทำเป็นน้ำยาขนมจีนได้ใช้แทนน้ำปลาร้าได้ สำหรับคนที่ไม่ชอบปลาร้า แค่นำพุงปลาปรุงสำเร็จ ใส่ในหม้อและปรุงรสด้วยผัก เนื้อปลาตามต้องการแค่นี้ก็สามารถทานได้แล้วไม่ยุ่งยาก และรับรองความอร่อยไม่มีกลิ่นคาว ซึ่งในส่วนพุงปลาปรุงสุกคือ พุงปลาที่สามารถนำมารับประทานได้เลย จะทานกับข้าว หรือทำแกง ทำน้ำยำในการยำขนมจีนได้


อาหารไทยมีดี..!? กระโดดไปไกลแล้ว "แกงไตปลา" อาหารพื้นถิ่น เตรียมบินโกอินเตอร์ให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มลอง..!!

วิธีการทำก็พุงปลาแบบที่แปรรูปแล้วในเมนูน้ำแกงพงปลาปรุงสำเร็จ ในการน้ำยาขนมจีนสุดง่าย ไม่ต้องไปหาเครื่องหรือผสมให้ยุ่งยาก แค่มีพุงปลาปรุงสำเร็จขั้นตอนการทำ เปิดไฟทำการตั้งหม้อ แล้วใส่น้ำเปล่าลงไป 500 มิลลิลิตร รอให้เดือด ใส่พุงปลาที่ผ่านการหมักเรียบร้อยแล้ว ใส่เครื่องแกงแล้วคนเครื่องแกงให้เข้ากับตัวพุงปลา จากนั้นใส่เครื่องดับกลิ่นคาว ก็จะมี ส้มแขก ใบมะกรูด ตะไคร้ ดับกลิ่นคาวได้ หลังจากนั้นคนให้เข้ากัน แล้วทำการกรองเครื่องดับกลิ่นคาวออก และทำการวัดอุณหภูมิ ให้ 100 องศา จับเวลา 10 นาที และนำมาบรรจุในถุงฝอย ทำการไล่อากาศออก และปิดปากถุงและทำการน็อกเชื้อจุลินทรีย์ในการใส่ลงไปในน้ำแข็งเสร็จแล้วนำผลิตภัณฑ์ที่ได้ไปซีลและติดฉลากเป็นอันสิ้นสุดของแพ็คถุงบรรจุภัณฑ์ ราคาก็ไม่แพงแค่ 30 บาทเท่านั้น

 

อีกเมนูที่ไม่แพ้กันก็คือพุงปลาปรุงสุกที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้เลย ขั้นตอนการทำก็ไม่ต่างกันมากแค่พุงปลาปรุงสุกจะมีเนื้อปลาเน้นๆ ในการทำก็จะทำตั้งหม้อ ใส่น้ำเปล่า รอให้น้ำเดือด ใส่พุงปลาที่มีเนื้อปลาผสมอยู่ลงไปคนให้เข้ากัน หลังจากนั้นใส่ใบมะกรูด ขา ตะไคร้ สับปะรด เพื่อดับกลิ่นคาว และเพิ่มรสชาติ คนให้เข้ากัน และทำการกรองเครื่องดับกลิ่นคาว เนื้อปลาออก และทำการต้มใหม่อีกครั้ง ใส่น้ำตาลปีบลงไป คนให้เข้ากัน ทำการวัดอุณหภูมิ ให้ได้ 100 องศา นำขวดที่ทำความสะอาดด้วยน้ำร้อนเรียบร้อยแล้ว มาบรรจุพุงปลาปรุงสุกใส่ขวดเสร็จทำการน็อกเชื้อจุลินทรีย์โดยใส่ลงไปน้ำแข็ง เมื่อทำการน็อกเสร็จทำการติดฉลากบรรจุภัณฑ์ ราคาก็ไม่แพงเช่นกัน เพียง 30 บาท

 

สำหรับพุงปลาของที่นี่ไม่มีการใส่สารกันบูดหรือวัตถุกันเสีย ซึ่งในการเก็บรักษาควรเก็บไว้ในตู้เย็นนอกจากนี้ ทางกลุ่มนักเรียนก็ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆอีกมากมายเช่น พุงปลาแห้ง พุงปลาผง ที่นักเรียนกลุ่มนี้คัดสรรความอร่อย ผ่านวิธีการทำและนำพืชผักหรือปลาที่มีอยู่ในพื้นที่ มาปรับเปลี่ยนแปรูปให้อาหารในท้องถิ่นให้น่าสนใจ ได้รับความนิยมสำหรับคนที่ไม่ทานปลาร้า ในส่วนคนที่ชอบพุงปลาอยู่แล้วซึ่งบางครั้งไม่ค่อยมีเวลาในการทำ ก็สามารถนำพุงปลาปรุงสุกหรือพุงปลาพุงสำเร็จไปปรุงได้เลยไม่ยุ่งยาก และยังสามารถต่อยอดให้กับตัวนักเรียนเองได้ในการประกอบอาชีพ และยังส่งเสริมภูมิปัญญาถิ่นใต้อีกด้วย สำหรับใครที่สนใจก็สามารถสั่งมาลองมาทานได้

 

นายจำนง พลูภักดี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดสตูล เผยว่า การปรับเปลี่ยนแปรรูปพุงปลา ของนักเรียนแผนกวิชาอุตสาหกรรมเกษตร คือการคิดค้นศึกษาวิธีการทำจนสำเร็จและใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในพื้นที่มาปรับใช้ จึงได้มาเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป คือ พุงปลาปรุงสำเร็จ พุงปลาปรุงสุก พุงปลาแห้ง ซึ่งการทำพุงปลาที่ไม่เหมือนใคร แตกต่างกันในเรื่องของรสชาติ ไม่มีกลิ่นคาวของพุงปลา มีความสด สะอาด ไม่มีสารวัตถุกันเสีย และราคาก็ไม่แพง โดยทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีรายได้ในระหว่างเรียน ซึ่งมีการต่อยอดได้ในอนาคตในเรื่องการประกอบอาชีพ

 

ด้านนางสาว กลางดาว โพติยะ อายุ 18 ปี พร้อมนายศุภชัย หนูประสงค์ อายุ 18 ปี นักศึกษาประจำแผนกวิชาอุตสาหกรรมเกษตร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล กล่าวพร้อมกันว่า พุงปลาหรือแกงไตปลาอาหารทางใต้ที่ชอบทานคู่กัยขนมจีน ในกระบวนการทำหากคนไม่เคยทำมักจะยุ่งยาก หลายกระบวนการดังนั้นทางวิทยาลัยฯจึงนำมาเป็นหลักสูตรส่งเสริมอาชีพโดยทำทั้งปรุงแต่งสำเร็จรูปแบบบรรจุถุงพร้อมหากจะกินใส่เตาไมโคเวฟก็กินคู่กับขนมจีนได้เลยและยังมีแบบน้ำที่สามารถทำไปทำยำหรือควบคู่ส้มตำได้โดยที่บางคนไม่กินปลาร้าก็นำไปทำได้ และยังมีไตปลาแห้งอีกด้วยซึ่งทางเราพยามคิดค้นไม่ให้มี่กลิ่นคาวและบรรจุเก็บใส่ขวดและถุงพลาสสติกที่พร้อมนำเป็นของฝากขึ้นเครื่องบินได้


อาหารไทยมีดี..!? กระโดดไปไกลแล้ว "แกงไตปลา" อาหารพื้นถิ่น เตรียมบินโกอินเตอร์ให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มลอง..!!

ภาพ/ข่าว นายเอนก ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สตูล