- 22 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นักดำน้ำไทย-เทศ ตื่นตาฉลามวาฬ โผล่โชว์ตัวจุดดำน้ำเรือช้าง หลังครบรอบ 5 ปี จมเรือรบใหญ่ที่สุดในประเทศทำเป็นแหล่งดำน้ำ
ภายหลังที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยังยืนหรืออพท.1 ที่ได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 5,500,000 บาท ในการนำเรือรบหลวงช้าง เรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่ทางกองทัพเรือได้ปลดประจำการและมอบให้กับจังหวัดตราด เพื่อให้เป็นอาศัยของสัตว์น้ำแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ของจังหวัด และเป็นจุดดำน้ำที่เป็นเรือรบที่ใหญ่สุดในประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2555 จากนั้นได้เปลี่ยนชื่อ เป็นเรือช้าง
นายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง กล่าวว่า หลังจากที่นำเรือช้างมา จมที่ท้องทะเลตราด เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยเราชาวต่างชาติ ที่ชอบการดำน้ำ เริ่มเดินทางมาที่จุดหรือช้างมาสัมผัสการดำน้ำแห่งใหม่ของจังหวัดตราด นอกเหนือจากเกาะรัง ซึ่งสถิติในช่วงไฮซีซั่นตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนเมษายนของทุกปี จะมีนักดำน้ำเดินมาดำน้ำดูเรือช้างเพิ่มปีละ 20 % โดยจากการเก็บสถิติครั้งล่าสุดเดือนตุลาคม 2559-ตุลาคม 2560 ปรากฏว่ามีนักดำน้ำเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 50 คนสูงสุดอาจจะถึง 100 คนต่อวัน เบื้องต้นประมาณการรายได้ไม่ต่ำกว่า 36 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมธุรกิจต่อเนื่อง ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการจมเรือช้างเมื่อ 5 ปีก่อน นอกจากธุรกิจดำน้ำแล้วยังส่งผลดีต่อสัตว์น้ำประเภทต่างๆเช่นเต่าทะเลและฉลามวาฬ เป็นต้น
คุณคริสเทล โกลสเทน เจ้าของธุรกิจดำน้ำ บีบีไดเวอร์เปิดเผยว่าหลังจากที่มีการดำเนินหลวงช้างส่งผลดีต่อธุรกิจดำน้ำเป็นอย่างมากมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศสนใจเดินทางมาดำน้ำบริเวณเรือช้างอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเข้าปีที่สามของการจมเรือเริ่มมีสัตว์น้ำในหลายชนิดว่ายเวียนบริเวณเรือช้างเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงเต่าทะเลและฉลามวาฬ ที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน ก็ปรากฎตัวให้นักดำน้ำให้เห็นตัวกันต่อเนื่อง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักดำน้ำเป็นอย่างมาก
ภาพ/ข่าว กฤษดาพงษ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าวภูิมภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตราด
