- 23 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 เวลา 21.00 น. ณ ห้องสอบสวนตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย พันตำรวจโทประสิทธิ์ สมใจประสงค์ รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย และ พ.ต.ท.หญิงธาราทิพย์ จำรัส รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย พ.ต.ท.ธีรพงศ์ ประจักษ์จิตร สว.ตม.จังหวัดหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ กำลังฝ่ายสืบสวน ตม.หนองคาย แถลงข่าวการจับกุมตัวนายสมบัติ ชาวชายโขงอายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 807/2 หมู่ 11 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย, นางอรปภา หรือเจ๊ปากแดง ศรีรัตนอุดรอายุ 60 ปีอยู่บ้านเลขที่ 9/16 ถนนแจ่มนุสรณ์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี, นายทู ดั๊ก คิว อายุ 21 ปี ชาวเวียดนาม อยู่ในราชอาณาจักรไทยเกิน 895 วัน และนายมา เกือง ปาม อายุ 21 ปี ชาวเวียดนาม อยู่ในราชอาณาจักรไทยเกิน 615 วัน พร้อมรถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 30 -0282 หนองคาย 1 คัน, ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท 4 ฉบับและฉบับละ 500 บาท 4 ฉบับ รวม 6,000 บาท
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ธีรพงศ์ ประจักษ์จิตร์ สารวัตรตรวจคนเข้าเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขบวนการช่วยเหลือชาวเวียดนามลักลอบเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายมาขึ้นรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียนดังกล่าว ที่บริเวณด่านพรมแดนถาวรจุดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 จ.หนองคาย จึงได้วางกำลังดักซุ่มดูพฤติกรรมของขบวนการดังกล่าว กระทั่งเวลา 16.00 น. พบรถยนต์ต้องสงสัย ขับขี่มายังจุดตรวจโดยไม่ลงมารับการตรวจลงตราทั้งบุคคลและพาหนะ จึงได้ทำการสกัดและเรียกให้หยุด พบชาวเวียดนาม 2 รายนั่งอยู่ภายในรถตู้ เมื่อตรวจสอบเอกสารการเดินทางพบว่า บุคคลทั้งสองอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกำหนด หรือ Over Stay จึงได้ควบคุมตัวพนักงานขับรถและชายชาวเวียดนามทั้งสองมาสอบสวน
จากการสอบสวนนายสมบัติฯ ให้การรับสารภาพว่าเวลาประมาณ 10.25 น. ของวันนี้ (22 พ.ย.60) ได้รับการว่าจ้างจากนางอรปภา หรือเจ๊ปากแดง ศรีรัตนอุดร ว่าในช่วงบ่ายของวันนี้ให้พาชาวเวียดนามจำนวน 2 ราย เดินทางข้ามไปยังประเทศลาว เพื่อช่วยเหลือให้ชาวเวียดนามทั้งสองคนกลับประเทศเวียดนาม โดยตกลงให้ค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการจับกุมตัวเจ๊ปากแดงได้ บนรถโดยสารประจำทางหน้าด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว (ขาออก)
ด้านเจ๊ปากแดง ให้การรับสารภาพว่า ได้รับชาวเวียดนามทั้งสองคนมาจาก บขส.อุดรธานี และได้เรียกเก็บเงินจาก ชายชาวเวียดนามทั้งสองคน คนละ 3,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร แต่ก็มาถูกจับกุมตัวได้เสียก่อน ซึ่งครั้งนี้ทำเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยครั้งแรกได้นำส่งคนลาวกลับประเทศได้ค่าจ้าง 10,000 บาท
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายสมบัติกับนางอรปภา “ร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดเพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยร่วมกันช่วยเหลือผู้นั้นด้วยประการใดๆ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม” ส่วนชาวเวียดนามทั้ง 2 ได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81 พร้อมตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ภาพ/ข่าว ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
