- 23 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานเปิดโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ระยะแรก อย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมระบบต่างๆให้มีความพร้อมก่อนเปิดศูนย์การแพทย์อย่างเต็มรูปแบบในปี 2564 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา แขกผู้เกียรติและสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ ระยะแรกได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แห่งนี้เกิดขึ้นจากความพยายามของชาวนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปี 2510 ที่ต้องการจะมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ทันสมัย ซึ่งการเปิดโรงพยาบาลถือเป็นความสำเร็จร่วมกัน ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช อันจะเป็นจุดเปลี่ยนทางการพัฒนาที่สำคัญต่อความเป็นอยู่ของชาวนครศรีธรรมราชและภาคใต้ตอนบน และจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับสุขภาวะของประชาชนชาวนครศรีธรรมราช และชาวภาคใต้ตอนบน และจะเป็นแหล่งพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เป็นประโยชน์ทางวิชาการอย่างมากมาย
“ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ในการพัฒนาให้ก้าวหน้าเข้มแข็งมากขึ้น โดยทางจังหวัดพร้อมให้การสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เช่น การพัฒนาปรับปรุงเส้นทางเข้ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้ได้มาตรฐาน สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ส่วนในภาพรวมจะมีหลายโครงการมารองรับทั้งการขยายท่าอากาศยานเป็นระดับนานาชาติ การสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลเชื่อมขนอม-สิชล การพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์สวนสาธารณะอนุสาวรีย์กรมหลวงชมพร เขตอุดมศักดิ์ บริเวณปากน้ำ อ.สิชล การสร้างนิคมอุตสาหกรรมนครศรีธรรมราชที่ อ.ช้างกลาง และอื่น ๆ อีกหลายโครงการ ซึ่งนครศรีธรรมราชมีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวในขณะนี้เรามีรายได้อยู่อับดับ 4 ของภาคใต้แต่ในระยะเวลา 3-4 ปีจะเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ได้อย่างแน่นอน โดยเชื่อว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในปัจจุบันปีละ 1.4 หมื่นล้านบาทจะทะยานขึ้นถึงปีละ 1 แสนล้านบาทได้ไม่ยาก”
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดบริการอย่างเป็นทางการในระยะแรก โดยเป้าหมายสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมทางด้านบุคลากรทางด้านการแพทย์ และบุคลากรในด้านอื่นๆ รวมถึงระบบต่างๆ ให้ลงตัว โดยเฉพาะระบบ ทางด้านไอที ที่ต้องมีความทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ก่อนที่จะเปิดศูนย์การแพทย์เต็มรูปแบบในช่วงกลางปี พ.ศ. 2564 โดยปัจจุบันเปิดให้บริการผู้ป่วยนอก ตรวจรักษาโรคทั่วไป และคลินิกพิเศษต่าง ๆ ได้แก่ คลินิกตา คลินิกคอนแทคเลนส์ คลินิกถันยเมตต์ และคลินิกโรคภูมิแพ้และหอบหืด ตรวจรักษาโดยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของสำนักวิชาแพทยศาสตร์ จากนั้นในต้น ปี 2561 จะทยอยเปิดคลินิกเฉพาะทางเพิ่มเติม เช่น คลินิกสูตินารี คลินิกโรคเด็ก คลีนิกหูคอจมูก เป็นต้น และในเดือนมีนาคม 2561 จะเปิดให้บริการรับผู้ป่วยใน จำนวน 16 เตียง
“อย่างไรก็ตามในส่วนของความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์พร้อมระบบสาธารณูปการ มูลค่า 2,128 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) กำลังดำเนินการก่อสร้างบนพื้นที่ 405 ไร่ กำหนดแล้วเสร็จในปีพ.ศ. 2562 ขณะนี้โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 30% โดยอาคารอำนวยการ (อาคาร A) และกลุ่มอาคารโรงพยาบาล (อาคาร B,C,D) ในภาพรวม ประมาณต้นปี 2561 โครงสร้างหลักจะสามารถสร้างได้แล้วเสร็จทั้งหมด และจะดำเนินการในขั้นตอนงานสถาปัตยกรรมและงานระบบได้ต่อไป ทั้งนี้เมื่อศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดบริการเต็มรูปแบบแล้ว จะเป็นโรงพยาบาลหลักของภาคใต้ตอนบน คาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการกว่า 1 ล้านคนต่อปี”
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีความพร้อมในการเปิดให้บริการและการบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ ของโรงพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรฐาน กฎกระทรวงว่าด้วยลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานบริการ พ.ศ. 2545 และมาตรฐานด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในโรงพยาบาล พ.ศ. 2547 ซึ่งเราตั้งใจที่จะเปิดศูนย์การแพทย์ให้เป็นพื้นที่ที่สวยงาม ทั้งสิ่งแวดล้อมภายในอาคารและภูมิทัศน์ภายนอกอาคาร ซึ่งมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ต่างๆให้สวยงาม ที่สำคัญการบริการจะต้องมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาทำการตรวจเหมือนกับโรงพยาบาลเอกชน แต่ค่ารักษาพยาบาลสมเหตุสมผล นอกจากนี้ศูนย์การแพทย์แห่งนี้จะเป็นสถานที่สำคัญที่จะสนับสนุนการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และจะเป็นสถานวิจัยใหญ่ของแพทย์ เพื่อให้ก้าวทันต่อพัฒนาการทางการแพทย์ของโลก” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
