- 24 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 24 พ.ย.ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลละลวด อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ว่าน่าจะถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกซื้อสินค้าในราคาแพง เพราะหลังจากเสียเงินไปไม่เป็นไปตามข้อตกลง แล้วปิดบริษัทหนีไป
เมื่อเดินทางไปตรวจสอบ พบกลุ่มชาวบ้านที่ถูกหลอก มารวมตัวกันประมาณ 5 คน นำหลักฐานเป็นจดหมาย ใบเสร็จรับเงิน สินค้าที่ซื้อไว้มาแสดงและมีการตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าวอยู่ในข่ายผิดกฎหมายหรือไม่
สอบถามนายสมศักดิ์ อุปภัคดี อายุ 49 ปี อยู่เลขที่ 31 หมู่ 11 ต.ละลวด อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ เล่าว่า ตนเองได้รับจดหมายระบุชื่อที่อยู่ของตัวเองชัดเจน ส่งมาทางไปรษณีย์ เมื่อเปิดดูพบมาจากบริษัท”เอ็ม ดี ดี มีเดี่ย อินเตอร์เทรดดิ้ง”จำกัดพร้อมระบุเป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เลขที่ 1/60-61 ถ.โชคชัย – เดชอุดม ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์
โดยมีเอกสารของบริษัทแนบมาด้วย ระบุภายในว่า”คุณเป็นผู้โชคดีได้รับของรางวัลจากบริษัท จึงเดินทางไปตามที่อยู่ พบเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ห้อง มีป้ายระบุบริษัท โอ่อ่ามีพนักงาน มีสินค้าตั้งโชว์ภายในร้าน โดยมีคนที่ได้รับจดหมายเดินทางมาพร้อมกันอีกเป็นจำนวนมาก
จากนั้นได้มีพนักงานเอาจดหมายไปตรวจสอบ พบว่าจะได้ของแจกฟรีจำนวน 14 รายการ เช่นกระทะ ,หม้อหุงข้าว ,กระติกน้ำร้อน แต่ต้องมีการจับฉลาก เมื่อจับฉลากตามที่พนักงานแนะนำ ตนเองมีสิทธิ์จับ 2 ครั้ง และดีใจมากหลังจากพนักงานบอกว่าได้รับรางวัลพิเศษจากเจ้าของบริษัทจำนวน 4 รายการ
มีเครื่องเสียงชุดใหญ่ 1 ชุด ,แหวนทองครึ่งสลึง 1 วง ,กระทะทำกับข้าว 1 ใบ ,และหม้อสุกี้ 1 ใบ พร้อมกับเงินสดอีก 50,000 บาท แต่จะต้องจ่ายเงินสดค่าเสียภาษีเป็นจำนวนเงิน 23,791 ตัวเองเห็นว่าคุ้มค่าจึงยอมตกลงจ่ายเงินสดไปให้
โดยของรางวัลที่ได้มีการส่งมอบทันทีจำนวน 4 รายการ ส่วนเงินสด 50,000 บาท บริษัทแจ้งว่าจะต้องเดินทางมารับอีกครั้งที่บริษัทอีกครั้งภายใน 30 วัน ตนเองดีใจได้ทองครึ่งสลึง พร้อมกับสินอื่นอีก 3 รายการ และยังมีเงินสดที่จะได้อีก ถือว่าคุ้มค่า
เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้านเอาเรื่องราวที่โชคดีเล่าให้เพื่อนบ้านพัง ปรากฎว่ายังมีคนในหมู่บ้านอีกหลายคน และคนอีกหลายหมู่บ้าน ได้รับรางวัลในลักษณะเดียวกัน จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะถูกหลอกหรือไม่
นายสมศักดิ์ ยังเล่าด้วยว่า ก่อนจะถึงวันนัดไปรับเงินจำนวน 50,000 บาทคือวันที่ 15 พ.ย.ตนเองและญาติเดินทางไปตรวจสอบที่บริษัท พบว่าเหลือเพียงห้องเปล่า ไม่มีสินค้าและไม่มีพนักงานอยู่แม้แต่คนเดียว
จึงมั่นใจว่าถูกหลอก และเริ่มรู้สึกเสียใจเพราะเงินที่เอาไปซื้อสินค้า ได้ยืมเงินมาจากญาติ และเงินจากการขายข้าวเปลือกหอมมะลิ โดยสรุปสินค้าที่ได้รับมามีมูลค่ารวมประมาณ 9,000 บาท แต่เสียเงินไปกว่า 23,000 บาท
ตอนนี้กำลังคิดจะเข้าไปแจ้งความ แต่ไม่มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินคดีได้ เพราะสินค้าที่รับมามีใบเสร็จรับเงิน แต่เงินจำนวน 50,000 บาทไม่ระบุในสัญญา จึงอยากจะให้ผู้รู้มาชี้แนะแนวทางการจัดการกับกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ เพราะมีคนในอำเภอชำนิ ,นางรอง และอีกหลายอำเภอใกล้เคียง ที่ทราบว่าถูกหลอกแบบเดียวกันเป็นจำนวนมาก
ภาพ/ข่าว วาทิตย์ แสนธุปี ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์
