- 24 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ช้างป่าในเขตพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เสิงสาง อ.ครบุรี อ.วังน้ำเขียว ที่ออกมาอาละวาดทำลายพืชผลทางการเกษตรเสียหายอย่างหนักในช่วงกันยา-ตุลาที่ผ่านมาต่อเนื่องแทบทุกวันจนสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทางการเกษตรหลายพื้นที่โดยเฉพาะที่บ้านสันกำแพง หมู่ 12 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พื้นที่รอยต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษณ์สัตว์ป่าต้องทำงานอย่างหนักทั้งจัดเวรยามเฝ้าระวังและลาดตะเวนกันทั้งคืนพร้อมทีมข่าวอาสาก็คอยลาดตะเวณ เมื่อพบช้างป่าเข้ามาในพื้นที่ จะทำการจุดปะทัดให้มีเสียงดังเพื่อเป็นสัญญาณแจ้งให้รู้ถึงพิกัดช้างป่าว่าอยู่จุดไหนซึ่งเสียงปะทัดที่เจ้าของสวนจุดและอาสาสมัครไม่ให้ช้างบุกรุกเข้ามากัดกินพืชไร่ ซึ่งช่วงนี้พืชผลทางการเกษตรกำลังเจริญเติบโต ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลัง อ้อยและพุดซานมสดที่กำลังผลิตผลที่จะเก็บขายได้เลยเป็นอาหารโปรดของช้างป่าโดย
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แจงเรื่องปัญหาช้างป่าอาละวาดในเขตพื้นที่ชาวบ้านอำเภอ 3 อำเภอได้แก่ ครบุรี เสิงสาง วังน้ำเขียว ที่บุกกินพืชไร่ชาวบ้านในพื้นที่จนได้รับความเดือดร้อนกันทวนหน้า พร้อมหารือแนวทางแก้ไขร่วมกับกรมอุทยานว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร่ โดยเบื้องต้นเผยว่าต้องเพิ่มแหล่งอาหารให้กับช้างป่าที่มาออกมาอาละวาดในพื้นที่
นายวิเชียร กล่าวว่า โดยส่วนตัวนั่นได้ลงพื้นที่ไปหาชาวบ้านทั้ง 3 อำเภอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสอบถามกับชาวบ้านว่าช้างป่ามาอย่างงี้ทุกปีเลยหรือไม่ ชาวบ้านจึงบอกว่าใช่เสียหายไปเยอะ ทางตนเองจึงได้ประสานไปยังกรมอุทยานเพื่อเตรียมสร้างแหล่งอาหารเพิ่มให้กับช้างป่าเหล่านี้และในอนาคตแหล่งอาหารจะจำกัดพื้นที่ช้างป่าที่อยู่ในเขตพื้นที่ของ 3 อำเภอได้ สำหรับในระยะยาว ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ เช่น ให้ปศุสัตว์จังหวัด นำวัวที่มีผู้บริจาคมาจัดตั้งเป็นกลุ่มเลี้ยงวัวพื้นบ้านเพื่อเป็นการเสริมรายได้ หรือให้ปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนกัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน
ภาพ/ข่าว ศุภชัย อรชร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครราชสีมา
