- 24 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 24 พ.ย. 2560 ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย ในฐานะผู้ประสานงาน กลุ่ม 15 แกนนำยางใต้ พร้อมชาวสวนยางรายย่อยและผู้รับจ้างกรีดยางพาราประมาณ 50 คน เดินทางมายื่น เพื่อร้องทุกข์ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เร่งหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราตกต่ำ จึงเรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 ปลดผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการการยางพ้นจากหน้าที่ โดยมีนายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปพบรับเรื่องเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับต่อไป
แต่ในขณะที่นายสกล จันทรักษ์ ได้สอบถามถึงข้อเรียกร้องที่จะส่งถึงนายกรัฐมนตรี และตนตั้งใจจะมารับเอกสารร้องทุกข์ทั้ง ๆ ที่เป็นประธการประชุมเรื่องการสร้างอ่างเก็บน้ำอยู่ในห้องประชุมบนศาลากลาง ในขณะที่นายมนัส บุญพัฒน์ อ้างว่าจะขอเข้ายื่นหนังสือพยายามในห้องประชุม โดยนายสกล จึงชี้แจงว่าตนเดินตากฝนลงมารับหนังสือด้วยตัวเองแล้วไม่ต้องขึ้นไปยื่นในห้องประชุม แต่ในขณะนั้นได้มีนายวัชรพล เพิ่ม แกนนำชาวสวนยางคนหนึ่ง ที่เดินทางร่วมมากับคณะพยายามพูดคร่ำครวญถึงความเดือดร้อนของชาวสวนยางที่มาจากราคายางตกต่ำ พร้อมกล่าวด่าทอ ตำหนิรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง และเสียงดังฟังไม่ได้ศัพท์ จนทางนายสกล ขอให้หยุดพูดเพื่อจะรับฟังการแถลงข้อเรียกร้องของนายมนัส อย่างเป็นทางการบนพื้นฐานของเหตุผล แต่นายวัชรพล ไม่ยอมหยุดและโวยวายต่าง ๆ นานา และอ้างว่ารัฐบาลและพวกกดขี่ข่มเหงประชาชน จนนายสกล สุดจะทนไหวขึ้นเสียง ชี้หน้าแลเตำหนิพฤติกรรมของชาวสวนยางคนดังกล่าว จนเกิดการโต้เถียงดังลั่น หวิดจะลงไม้ลงมือวางมวยกัน จนเจ้าหน้าที่และชาวสวนยางคนอื่น ๆ ต้องช่วยกันนำตัวชาวสวนยางอารมณ์ร้อนคนดังกล่าวออกไป
ทั้งนี้ข้อความในเอกสารทางกลุ่มตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพาราระบุว่า ผู้ว่าการฯ และคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ได้ออกประกาศระเบียบ ข้อบังคับบางฉบับโดยอาศัยอำนาจหน้าที่แต่เป็นที่ประจักษ์ว่าการจัดการจากวิธีปฏิบัติกลับไม่สอดคล้องและขัดแย้งต่อเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การยางอย่างสิ้นเชิงคือไม้ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรชาวสวนยางแต่กลับเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนและบุคคลเพียงบางกลุ่ม ทำให้เกิดความผิดพลาดเสียหาย ส่งผลกระทบต่อราคายาง สภาพคล่องของการตลาดซื้อ-ขายยางภายในประเทศ ความเสียหายของยางในโครงการออกมาจากมาตรการจัดการ พร้อมทั้งระบุว่าก่อนหน้านี้ได้มีตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางและตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรฯ ได้เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 แต่จนปัจจุบันยังไม่มีผลตอบรับเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ซึ่งเห็นว่าหากปล่อยให้ผู้ว่าการฯ และคณะกรรมการการยางชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ต่อจะยิ่งทำความเสียหายและส่งผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรชาวสวนยางมากขึ้น รวมถึงอาจจะส่งผลให้เกิดวิกฤติศรัทธาความเชื่อมั่นต่อการบริหารประเทศ ของรัฐบาลและคณะ คสช. เบื้องต้น
ทางด้านนายสกล จันทรักษ์ กล่าวว่า แม้ตนจะเป็นรองผู้ว่า ฯแต่พ่อแม่ ญาติพี่น้องแลตนเองก็เป็นชาวสวนยางได้รับผลกระทบเดือดร้อนเช่นกัน หลังจากที่ทราบข่าวว่าพี่น้องชาวสวนยางจะเดินทางมายื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ตนก็มารอรับหนังสือด้วยความเต็มใจ แต่การพูดคุยกันต้องเป็นไปด้วยเหตุด้วยผล ไม่ใช่มาถึงด่าใส่เสียงดัง และไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น แกนนำสวนยางคงจะเห็นว่าอยู่ท่ามกลางสื่อมวลชนที่บันทึกภาพตลอดเวลา ชาวสวนยางคนดังกล่าวจึงอาจจะอยากดังได้ออกทีวี ได้ออกสื่อ พฤติกรรมอย่างนี้ใช้ไม่ได้ โดยนายมนัส ค่อนข้างพูดพูดจามีเหตุมีผล และอ่านแถลงการณ์และข้อเรียกร้องเป็นข้อ ๆ ตนได้รับหนังสือร้องเรียนดังกล่าวพร้อมทั้งขอให้กำลังใจแก่พี่น้องเกษตรกรโดยขอให้ทุกคนมีกำลังใจและดำรงตนเพื่อให้สามารถฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคครั้งนี้ไปให้ได้.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
