อธิบดีกรมส่งเสริมฯนั่งหัวโต๊ะ ถกปัญหาน้ำเสียในคลองสารภี หลังเปิดประตูระบายน้ำลงแม่น้ำปราจีนบุรี ปลากระชังลอยหัว-ตายมหาศาล

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันนี้ 25 พ.ย.60 ที่ศาลาการเปรียญวัดบางแตน ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี  นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานประชุมแก้ไขปัญหาน้ำเสียในคลองสารภี หลังเปิดบานประตูระบายน้ำลงแม่น้ำปราจีนบุรี จนปลา,กุ้งธรรมชาติและปลาเลี้ยงกระชังลอยหัว-ตายจำนวนมากตลอดพื้นที่น้ำไหลผ่านทั้งปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา  โดยมีนายสุริยะ  อมรโรจน์วรวุฒิ ผวจ.ปราจีนบุรี , นายทิวา  วัชรกาฬ รอง ผวจ.ปราจีนบุรี, นายชัยพัฒน์ ชัยสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น , นางบุษบง ชาวกัญหา คณะกรรมการลุ่มน้ำผู้ทรงคุณวุฒิ,นายปรีชา  คุ้มศิริมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแห่งประเทศไทย ,นายชัยยันต์ จันทวงศ์ นายกอบต.บ้านสร้างเทศบาล , นายเสถียร แก้วไกรเลิศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลวง, นายมาโนช พูลเจริญนายกองค์การส่วนตำบลศรีมหาโพธิ,นายบุญส่ง จำนง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางเตย ,นายชัยชนะ นวลสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางยาง, นายบุญเตือน  อินทร์คง นายกองค์การส่วนบริหารตำบลบางแตน และ เครื่อข่ายผู้เลี้ยงปลากระชัง ร่วมประชุมเสนอหาแนวทางร่วมแก้ไขปัญหา

 

  อธิบดีกรมส่งเสริมฯนั่งหัวโต๊ะ ถกปัญหาน้ำเสียในคลองสารภี หลังเปิดประตูระบายน้ำลงแม่น้ำปราจีนบุรี ปลากระชังลอยหัว-ตายมหาศาล

ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนละลาย DOD. ในแม่น้ำปราจีนบุรีลดต่ำลง  จนเกิดผลกระทบต่อสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลา,กุ้งแม่น้ำในธรรมชาติ และปลาเลี้ยงในกระชัง   ประกอบกับในช่วงเวลาที่น้ำขึ้นหรือช่วงที่น้ำทะเลหนุน  น้ำที่ระบายออกไปได้ไหลไปสะสมอยู่บริเวณเขตตำบลบางแตน  อำเภอบ้านสร้าง  จังหวัดปราจีนบุรี และ ตำบลโยธะกาอำเภอบางน้ำเปรี้ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา  ซึ่งเป็นพื้นที่ดินติดกันจึงพบ ปลาตายเป็นจำนวนมากบริเวณดังกล่าว

ปัญหาในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นเป็นประจำฤดูกาลในทุกปี และ  ผู้เลี้ยงปลากระชัง หลายรายได้เตรียมพร้อมกัน กับสถานการณ์โดยการหยุดเลี้ยงในช่วงนี้  ส่วนผู้มีชื่อผู้เลี้ยงที่ยังเรียนอยู่บางส่วนก็มักจะทยอยจับก่อนที่จะเป็นจะเปิดประตูระบายน้ำมาบ้างแล้ว 

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 กรมควบคุมมลพิษได้ลงพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง  จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำและติดตามกรณีการระบายน้ำจากประตูระบายน้ำคลองสารภีลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรีในวันดังกล่าวได้มีการระบายน้ำค่อนข้างมากและได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีพบว่าค่าออกซิเจน ละลายDOD.บริเวณอำเภอบ้านสร้าง ทางตอนล่างของจุดระบายน้ำมีค่าลดต่ำลงเหลือ 1.9 มิลลิกรัมต่อลิตรขณะที่บริเวณเหนือจุดระบายน้ํา 55.0 มิลลิกรัมต่อลิตร

โดยวันดังกล่าวยังไม่มีเหตุการณ์ปลาตาย   เบื้องต้นได้ให้คำแนะนำเจ้าหน้าที่ชลประทานที่ดูแลควบคุมการเปิดปิดประตูระบายน้ำให้ลดหรืองดการระบายในช่วงกลางคืน  เพื่อให้น้ำปราจีนบุรีมีเวลาพักฟื้นดีขึ้น  

ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 มีเหตุการณ์ ปลาตาย ได้มีการลงพื้นที่อีกครั้งพบว่ามีน้ำระบายน้ําลดลงโดยระดับน้ำ ในคลองสารภี เหลือและท้ายประตูน้ำเกือบจะเสมอกันแล้ว คลองสารภีเหนือประตูระบายน้ำมีค่าออกซิเจนละลาย(Do) 1.6 มิลลิกรัมต่อลิตร   ท้ายประตูน้ำมีค่าออกซิเจนละลาย (Do) 2.1 มิลลิกรัมต่อลิตรคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม   แม่น้ำปราจีนบุรีเหนือ ปากคลองสารภี ที่เป็นจุดไหลลงแม่น้ำ (วัดนาบุญ)มีค่าออกซิเจนละลาย(Do)4.1 มิลลิกรัมต่อลิตร  ท้ายปากคลองประมาณ 2 กิโลเมตร 
(วัดหัวไผ่)มีค่าออกซิเจนละลาย (Do) 2.8 มิลลิกรัมต่อลิตร   ที่บริเวณวัดบางแตนอำเภอบ้านสร้างมีค่า 1.7 มิลลิกรัมต่อลิตรและที่บริเวณสะพานบางขนากอำเภอบางน้ำเปรี้ยวจังหวัดฉะเชิงเทรามีค่าออกซิเจนละลาย( Do )2.5 มิลลิกรัมต่อลิตร  คาดว่าคุณภาพน้ำจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ

และเพื่อฟื้นฟูคุณภาพน้ำ  ได้มีการระบาย น้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลจังหวัดนครนายกและจากอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึงจังหวัดสระแก้ว รวมวันละประมาณ 700,000 ลูกบาศก์เมตร  และน้ำจากเขื่อนสียัดร่วมด้วย  เพื่อเจือจางน้ำจนกว่าสถานการณ์คุณภาพน้ำจะดีขึ้น

โดยสรุปความในการประชุมได้ว่า  “...ตามที่ปรากฏในข่าวเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 ได้มีเหตุการณ์ปลาในกระชังและสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมากในแม่น้ำปราจีนบุรีพื้นที่อำเภอบ้านสร้างจังหวัดปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกงพื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา   

สาเหตุสืบเนื่องมาจากในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมของทุกปี  เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวจังหวัดปราจีนบุรีมีความจำเป็นที่จะต้องระบายน้ำในนาข้าวลงสู่คลองชลประทานและเปิดประตูระบายน้ำลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรีเพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ซึ่งจะมีผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีโดยเฉพาะจากการระบายน้ำจากประตูระบายน้ำคลองสารภี

ที่ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านสร้างจังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ทุ่ง ท้องนาสารภีมีพื้นที่ประมาณ35,000 ไร่ซึ่งแหล่งกำเนิดน้ำเสียในคลอง   จะเป็นน้ำเสียจากพื้นที่แปลงนาข้าวเป็นหลัก   โดยเริ่มระบายน้ำในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 น้ำที่ระบายออกมาเป็นน้ำเน่าเสียมีกลิ่นเหม็นและมีตะกอนที่สะสมอยู่ในท้องของถูกระบาย ออกมาด้วย

  อธิบดีกรมส่งเสริมฯนั่งหัวโต๊ะ ถกปัญหาน้ำเสียในคลองสารภี หลังเปิดประตูระบายน้ำลงแม่น้ำปราจีนบุรี ปลากระชังลอยหัว-ตายมหาศาล

ซึ่งสรุปได้ว่าปัญหาน้ำเสียหลังเปิดประตูน้ำสารภี มีมานานแล้ว และภายหลังเกิดปัญหาได้มีการวิเคราะห์สาเหตุ โดยก่อนหน้าเมื่อ 2 ปี  ปัญหาปลา-กุ้งตาย เรียบร้อยดีเพิ่งเกิดปัญหาล่าสุดครั้งนี้  ...”

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า  “การแก้ไขปัญหา    มีทั้งระยะสั้นระยะยาว    ที่เราคุยกันในข้อใดได้ข้อสรุปร่วมกันระยะสั้นก็คือเรื่องการบริหารจัดการน้ำจากคลองที่มาจากทุ่งทุ่งนาต่างๆ  ก็จะให้มีการบริหารจัดการแบบไตรภาคี    คือตั้งฝ่ายราชการ  และพี่น้องประชาชนแล้วก็ทั้งผู้ประกอบการทุกสาขาอาชีพมาช่วยกัน

ในการที่จะรับรู้รับทราบแล้วก็มีระบบระเบียบในการเปิด-ปิด บานประตูระบายน้ำเพื่อที่จะไม่ให้การปล่อยน้ำแบบมีผลกระทบต่อผู้เลี้ยงปลาและสัตว์น้ำในแม่น้ำลำคลอง   แต่ว่าในระยะยาวได้มีการเสนอชื่อของคนที่มีองค์ความรู้แล้วก็เป็นผู้ที่เสียสละให้มาเป็นคณะทำงานในการที่จะศึกษา สภาพปัญหาทั้งระบบ  แล้วก็เอาวิธีการแก้ไขที่จะให้ทางจังหวัดได้ได้ช่วย  แล้วก็เอาไปช่วยกัน

อันนี้ก็ดีมีภาคประชาชน ภาคราชการแล้วก็มีผู้นำผู้เกี่ยวข้องทุกสาขาอาชีพร่วมกันในส่วนตนก็เหมือนกับมาเป็นคนกลางในฐานะที่ได้รับทราบรับทราบปัญหา  ก็มาช่วยในการที่จะให้เกิดการพบปะกันในการพูดคุยกับบรรยากาศไปด้วยความเรียบร้อยดีเห็นถึงความตั้งใจจริงของภาคประชาชนหม่อมหลวงอภิชิต  
วุฒิชัยท่านก็กรุณาเสนอผู้ที่มีความเสียสละและมีความรู้เข้ามาเป็นคณะทำงานด้วย”นายสุทธิพงษ์กล่าวในที่สุด

  อธิบดีกรมส่งเสริมฯนั่งหัวโต๊ะ ถกปัญหาน้ำเสียในคลองสารภี หลังเปิดประตูระบายน้ำลงแม่น้ำปราจีนบุรี ปลากระชังลอยหัว-ตายมหาศาล
                                                                                   

ภาพ-ขาว มานิตย์  สนับบุญ /ณัฐนันท์/ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปราจีนบุรี