- 26 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่26พ.ย.60 สำหรับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณีผลกระทบจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรงพัดปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ในช่วง 3 ถึง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลทำให้พื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นช่วงๆ โดยมีปริมาณน้ำฝนวัดได้เฉลี่ย 174.20 ม.ม. ถึง 78.00 ม.ม. ซึ่งพื้นที่ อ.ศรีสาครถือว่ามีฝนตกลงมาหนักที่สุด ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาสะสมโดยภาพรวมได้ไหลบ่าลงสู่พื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งเป็นบ้านเรือนของประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตรมีน้ำท่วมขังบ้างแล้วทั้ง 13 อำเภอ แต่ยังไม่ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนในขณะนี้
ส่วนแม่น้ำสายหลัก 3 สาย คือ แม่น้ำสุไหงโก-ลก แม่น้ำบางนราและแม่น้ำสายบุรี ซึ่งล่าสุดพบว่า ยังมีปริมาณน้ำที่ต่ำกว่าตลิ่งโดยเฉลี่ย ประมาณ 2 เมตร และหากสภาวะฝนยังไม่หยุดตกอีก 2 ถึง 3 วันนี้ ก็อาจจะส่งผลทำให้น้ำในแม่น้ำสายหลักทั้ง 3 สายล้นตลิ่งได้
จากการติดตามสถานการณ์ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องที่บริเวณฝายสากอ ซึ่งตั้งอยู่บ้านตันหยง ม.10 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี ซึ่งเมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมาได้รับความเสียหายจากอุทกภัย และในขณะนี้อยู่ในระหว่างการซ่อมแซมและได้แล้วเสร็จไป ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์นั้น พบว่า มีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาสะสมได้ไหลบ่าลงสู่ฝายสากอ เพื่อระบายไปสู่คูคลองในพื้นที่ 6 หมู่บ้าน ของ ตำบลสากอ ซึ่งมีปริมาณน้ำอีกประมาณ 50 ซ.ม. ซึ่งใกล้ที่จะล้นตลิ่งนั้น นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน รวมทั้ง อาสาสมัครรักษาดินแดน อ.สุไหงปาดี เฝ้าระวังและคอยสังเกตการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบว่าอยู่ในสภาวะขั้นวิกฤต ให้รีบแจ้งทางอำเภอให้รับทราบเพื่อที่จะได้เร่งทำการช่วยเหลืออพยพชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม 6 หมู่บ้าน คือ บ้านบอเกาะ ม.1 บ้านบาโงมาแย ม.3 บ้านสากอ ม.4 บ้านกะลูบี ม.6 บ้านตันหยง ม.10 และ บ้านบาโงยือริง ม.11 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี เพื่อไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราว ที่ทางอำเภอได้เตรียมจัดไว้ให้
ภาพ/ข่าว กรียา เตีะตานี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นราธิวาส
