- 27 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 27 พ.ย. 2560 นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิด “โครงการส่งเสริมการผลิตไบโอมีเทนอัด (CBG) ในสถานประกอบการที่มีระบบก๊าซชีวภาพ” ณ บริษัท เกษตรลุ่มน้ำ จำกัด ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช โดยมีคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมเป็นเกียรติ
นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการผลิตไบโอมีเทนอัด (CBG) ของบริษัท เกษตรลุ่มน้ำ จำกัด เป็นโครงการที่ดำเนินการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานทดแทนและยุทธศาสตร์การสร้างความมั่งคงด้านพลังงานของกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ทำการสนับสนุนการติดตั้งระบบปรับปรุงคุณภาพก๊าซและระบบบรรจุก๊าซไบโอมีเทนอัด ให้กับสถานประกอบการที่มีระบบก๊าซชีวภาพอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทได้รับการสนับสนุนเพียงร้อยละ 30 ของเงินลงทุน และไม่เกิน 9 ล้านบาท บริษัทต้องลงทุนอีกไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 หากผู้บริหารของบริษัทไม่เห็นความสำคัญของการนำก๊าซชีวภาพที่เหลือใช้มาปรับปรุงคุณภาพให้เกิดประโยชน์ ก็คงยังไม่มีโรงงานต้นแบบผลิตไบโอมีเทนอัดเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย อีกทั้งโรงงานแห่งนี้ก็ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานีบริการก๊าซธรรมชาติจากกรมธุรกิจพลังงานเรียบร้อยแล้ว หากโรงงานแห่งนี้สามารถผลิตไบโอมีเทนอัดได้เต็มที่ และนำไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็จะสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาเพียง 2 ปี ภายหลังบริษัท เกษตรลุ่มน้ำ จำกัด ดำเนินการเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม จึงมีอีก 4 บริษัทได้เข้าร่วมโครงการ และอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง ดังนั้นจึงอาจพูดได้ว่า บริษัท เกษตรลุ่มน้ำ จำกัด แห่งนี้ จุดประกายการเริ่มต้นการผลิตไบโอมีเทนอัดเชิงพาณิชย์ของประเทศไทย ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในภาคขนส่ง ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของภาคใต้และของประเทศ และส่งผลให้เกิดการลดการพึ่งพาพลังงานที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ
นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี พ.ศ.2559 พพ. ได้เปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่มีระบบผลิตก๊าซชีวภาพอยู่แล้วหรือผู้ที่สามารถจัดหาก๊าซชีวภาพได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตไบโอมีเทนอัด ในสถานประกอบการที่มีระบบผลิตก๊าซชีวภาพ โดยสนับสนุนการติดตั้งระบบปรับปรุงคุณภาพก๊าซและบรรจุก๊าซไบโอมีเทนอัด บริษัท เกษตรลุ่มน้ำ จำกัด เป็นโครงการแรกที่ได้ติดตั้งระบบผลิต CBG ขนาด 3 ตันต่อวัน แล้วเสร็จ และได้เริ่มดำเนินการใช้ประโยชน์ CBG ที่ผลิตได้กับรถบรรทุกของบริษัท ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 เป็นต้นมา ก๊าซ CBG ที่ผลิตได้มีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยมีการนำไปทดสอบตามประกาศเกณฑ์คุณภาพก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ ของกรมธุรกิจพลังงาน จำนวน 9 รายการ และทดสอบเพิ่มเติมตามมาตรฐานกำหนดคุณภาพก๊าซ ไบโอมีเทนอัดในต่างประเทศ (สวีเดน เนเธอร์แลนด์ และเยอรมัน) อีก 8 รายการ รวมเป็น 17 รายการ ผลการทดสอบผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดทุกรายการ ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานีบริการก๊าซธรรมชาติจากกรมธุรกิจพลังงานเรียบร้อยแล้ว
ดร.กณพ เกตุชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเกษตรลุ่มน้ำ จำกัด กล่าวว่า บริษัท เกษตรลุ่มน้ำ จำกัด ประกอบธุรกิจโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม มีกำลังการผลิต 60 ตันปาล์มต่อชั่วโมง และโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ กำลังผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ โดยน้ำเสียและกากตะกอนปาล์มที่ได้จากกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์ม จะนำเข้าสู่บ่อหมักก๊าซชีวภาพจำนวน 4 บ่อ มีกำลังผลิตก๊าซ 17,683 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ก๊าซชีวภาพที่ได้นั้น เมื่อนำไปผลิตไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์แล้ว ยังมีก๊าซที่เหลือใช้ บริษัทฯ จึงได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตไบโอมีเทนแบบอัด (CBG) ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เพื่อนำก๊าซที่เหลือใช้มาพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ โดยบริษัทฯได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตก๊าซ CBG ร่วมกับบริษัท โอซาก้าก๊าซ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายก๊าซขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น
ดร.กณพ กล่าวด้วยว่า ก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้มีความเข้มข้นของมีเทน 55% จะผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพด้วยเทคโนโลยี PSA ร่วมกับ Membrane เพื่อกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไฮโดรเจนซัลไฟด์รวมถึงการลดความชื้น จนได้ก๊าซ CBG ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ในปัจจุบันนี้ โครงการมีกำลังการผลิตวันละ 3,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าก๊าซวันละ 47,910 บาท (ก๊าซ NGV ราคากิโลกรัมละ 15.97 บาทที่จังหวัดนครศรีธรรมราช) และได้นำก๊าซ CBG ที่ผลิตได้ไปใช้ในรถบรรทุกจำนวน 19 คันของบริษัทอาร์เอทีขนส่งซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เพื่อขนส่งน้ำมันปาล์มไปยังจังหวัดชุมพรและจังหวัดชลบุรี และในอนาคต จะเปิดให้บริการกับรถทั่วไปหลังจากใช้เป็นการภายในเพียงพอแล้ว
ภาพ/ข่าว นรศักดิ์ สานุจิตต์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
