- 27 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และคณะ เดินทางมาถึงตลาดกลางปศุสัตว์กลางจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.บ่อทอง ต.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยขบวนรถยนต์จากจังหวัดสงขลา ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ทำให้กำหนดการล่าช้าออกไปจากเดิมตามกำหนดการที่ว่างไว้ว่าจะถึงในเวลา 09.00 น. ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ติดตามการขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐบาล ตามโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน เพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะ ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และจังหวัดใกล้เคียง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมี นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี กล่าวรายงาน จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายตลาดกลางปศุสัตว์กลางจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนกลางในการค้าขายปศุสัตว์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อไป โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา เกษตรกร และประชาชน เข้าร่วมงานกว่า 2000 คน
นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า สำหรับตลาดกลางปศุสัตว์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ปัตตานี ถนนเพชรเกษม หมู่ 1 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี มีเนื้อที่ 7 ไร่ ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณตามแผนงานบูรณาการส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดให้กับจังหวัดปัตตานีดำเนินการก่อสร้างตลาดปศุสัตว์ที่เป็นการถาวร แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ด้วยงบประมาณ 34 ล้าน 4 แสนบาทเศษ เพื่อยกระดับการค้าขายปศุสัตว์ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และเป็นศูนย์กลางตลาดปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐานในการการซื้อขายผลผลิตทางปศุสัตว์ นำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่และขยายผลไปยังพื้นที่ใกล้เคียงสำหรับอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นหนึ่งในเมืองต้นแบบ "การพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน" (Agricultural Industry City) ตามโครงการเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ของรัฐบาล โดยได้พัฒนาการเพื่อขับเคลื่อนเมืองต้นแบบ ประกอบด้วย การพัฒนาด้านเกษตรกรรม ส่งเสริมการดำเนินงานเกษตรแปลงใหญ่ พัฒนาศักยภาพแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม ขยายพื้นที่ปลูกข้าว ปาล์มและมะพร้าว ด้านปศุสัตว์ ดำเนินการก่อสร้างตลาดกลางปศุสัตว์ สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน (ฟาร์มแพะ/แกะ) บารอกะฮ์ และมาตรฐานโรงฆ่าสัตว์บารอกะฮ์ด้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ ส่งเสริมกลุ่มโอรังปันตัย บ้านตันหยงเปาว์ แปรรูปปลากุเลาเค็ม ปลาอินทรีย์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่ายาลอ แปรรูปปลาเกล็ดขาว ปลาหลังเขียว และสหกรณ์ปาล์มลิปะสะโง ลานเทปาล์ม เป็นต้น
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยบนเวทีว่า ในวันนี้ ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน จะเกิดความขัดแย้งไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม จะต้องร่วมมือหาทางเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่มีอยู่มากมาย ทั้งนี้ทำเพื่อคนไทยด้วยกัน โดยอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเดี่ยวกัน สำหรับพื้นที่ภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง และการท่องเที่ยว ซึ่งวันนี้เราจะไม่ให้อะไรมาทำลายสิ่งเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ของชาติ และเป็นสิ่งที่ชาวไทยภูมิใจ จะไม่ยอมให้นำประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้ง เพราะประเทศไทยมีหลายภาค หลายวัฒนธรรม และศาสนา จึงจำเป็นต้องปรองดองกัน เพื่อนำพาประเทศไทยผ่านไปให้ได้
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางรัฐบาลก็พยายามทำอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาความไม่สงบ ซึ่งพวกเราต้องช่วยกัน โดยเฉพาะการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทางภาครัฐต้องเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ปัญหาด้านการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาราคายาง มะพร้าว ปศุสัตว์ เรื่องการประมง ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นเป็นปัญหาซับซ้อนที่มีอยู่มาอย่างยาวนาน ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน เพราะฉะนั้น ทางรัฐบาลจะต้องมีการขับเคลื่อนแก้ปัญหาบนความแตกต่าง ของอัฒลักษณ์ ซึ่งจะรวมความแตกต่างเหล่านั้น สร้างแนวคิดร่วมกัน สร้างการปฏิบัติร่วมกัน ให้ทุกคนเข้าใจว่าไม่ใช้จะได้ทั้งหมด และไม่ใช้จะเสียทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ใช้ว่าคนจะได้ ได้มาก ๆ คนจะเสีย ๆเสียมากๆ ซึ่งทุกคนก็จะได้ใกล้เคียงกัน ซึ่งเรียกว่าการกระจายรายได้ อย่างสมดุล ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่ก็จะต้องพึ่งพาอาศัยกันทั้งสิ้น ส่วนราคายางพารา ทางรัฐบาลก็พยายามผลักดัน โดยการใช้ยางพาราในประเทศทั้งหมด โดยปัจจุบัน ประเทศไทยสามารถผลิตยางได้ 2 ล้าน 3 แสนตันต่อปี แต่สามารถใช้ได้ 5 หมื่น 4 พัน ตันต่อปี ที่เหลือขายให้กับรัฐบาลหมด เมื่อเอาออกมาขายก็ราคาตก จึงจำเป็นต้องนำยางเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ซึ่งได้สั่งการออกไปแล้ว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังขอให้ปลูกมะพร้าวทุกบ้าน วันหน้าจะขายได้และมีกำไร ปลูกไว้ไม่กี่ปีก็โตแล้ว และกลายเป็นสมบัติให้แก่ลูกหลานได้ ทุกวันนี้เราผลิตไม่พอ แต่รับจากต่างประเทศมาแปรรูป บางสวนเลิกทำก็ปล่อยมะพร้าวร่วงลงดิน เกิดปัญหาหนอนหัวดำ ตนขอสั่งการให้ตรวจสอบบ้านใดต้นกำเนิดหนอนหัวดำจะสั่งปรับ ขอให้ดูแลสวนด้วย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวยังด้วยว่า เด็กๆ สมัยนี้หมกหมุ่นกับหน้าตาตัวเอง แทนที่จะกลัวเจ็บป่วย แต่นี่ก็เหมือนป่วยที่ว่ากลัวตัวเองไม่สวย แต่ทุกคนสวย แต่สวยอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ขอให้สวยด้วยความดี ที่ผ่านมาเราหยิบวัฒนธรรม ต่างชาติเข้ามาแต่หยิบแต่สิ่งไม่ดี อย่างไรก็ตามตนไม่เคยว่าใครมีแต่ชม ชมว่าคนใต้น่ารัก ยิ้มได้เมื่อภัยมาแต่ต้นไม่ใช่ภัยของท่าน ถึงเรื่องมาถึงตรงนี้ได้สร้างเสียงหัวเราะของประชาชนที่มาฟัง พร้อมกันนี้ยังอ้อน ประชาชนว่าขอให้คิดถึงตนบ้างวันละนิดก็พอ
และภายหลังที่ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวพบปะกับผู้ที่มาในวันนี้เสร็จ จึงได้เดินลงมาทักทายประชาชนที่มารอรับ ปรากฏว่า ชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 35 ปี เข้ามาร้องเรียนกับ นายกรัฐมนตรีว่า ตนมีความเดือดร้อนเรื่องการทำประมงเกี่ยวกับจำนวนวันทำประมง ทันใดนั้นทุกคนต้องตกใจเมื่อนายกรัฐมนตรีได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดังผ่านไมโครโฟนไปยังชายคนดังกล่าวว่า “อย่ามาเถียงกับผม เข้าใจหรือป่าว ผมฟังคุณอยู่ พูดดี ๆ ก็ได้” จากนั้นนายกรัฐมนตรีจึงรับเรื่องไว้ก่อนจะให้ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี ได้มาคุยกับชายคนดังกล่าว ก่อนจะทราบชื่อ นายภรันยู เจริญ อายุ 34 ปี มีอาชีพประกอบธุรกิจประมงใน จ.ปัตตานี จากนั้นจึงได้พานายภรันยู ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมที่ตั้งเต้นท์อยู่บริเวณงาน
จากนั้น เวลา 13.30 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยัง บริษัท ปาล์มพัฒนาชายแดนภาคใต้ จำกัด ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อเยี่ยมชมพื้นที่เกษตรกรรมแปรรูปโรงงานน้ำมันปาล์มและ ติดตาม การพัฒนาด้านเกษตรกรรม ส่งเสริมการดำเนินงานเกษตรแปลงใหญ่ พัฒนาศักยภาพแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการรองรับผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นโครงสร้างการเชื่อมโยงเครือข่ายการดำเนินโครงการเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ของจังหวัดปัตตานีอีแห่งหนึ่ง
จากนั้น เวลา 16.00 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง และผู้นำท้องถิ่น เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติ และติดตามความคืบหน้าด้านคดีต่าง ๆ พ้อมทั้งได้มอบนโยบาย การปฏิบัติงานให้กับกองกำลังในพื้นที่ โดยเน้นย้ำ ให้ผู้บังคับบัญชา และกองกำลังประจำถิ่น เน้นการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงอย่างจริงจัง และร่วมกันสนธิกำลัง และบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบ โดยเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก โดยนำหลักการ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา สร้างความเข้าใจระหว่างภาครัฐและประชาชน ลดความหวาดระแวง เพื่อนำความสันติสุขกลับสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง
ภาพ/ข่าว สุไลมาน แวมามะ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปัตตานี
