- 28 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 28 พ.ย. 60 บริเวณศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอวิเศษชัยชาญ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง นาง น้ำเพชร มารยาท อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 6 ตำบลไผ่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ พร้อมด้วยชาวบ้านในอำเภอวิเศษชัยชาญ ที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 10 ราย ได้มาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอวิเศษชัยชาญ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากศูนย์ประสานงานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ส. เพิ่มพูน ที่ชาวบ้านได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ แต่ชาวบ้านบางส่วนที่มีญาติพี่น้องเสียชีวิตยังไม่ได้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งบางรายต้องรอยาวนานเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี แต่ก็ยังไม่ได้รับแต่อย่างใด ทั้งที่ได้ยื่นเรื่องกับทางสมาคมฯ ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางสมาคมฯ ได้ทำการผลัดผ่อนเรื่อยมา ในวันนี้จึงได้เข้ามาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอวิเศษชัยชาญ ให้ช่วยนำผู้ที่เกี่ยวข้องมาไกล่เกลี่ยในกรณีรับเงินของสมาชิกผู้เสียชีวิต และสมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่ได้ทำฌาปนกิจสงเคราะห์กับศูนย์ประสานงานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ส. เพิ่มพูน ให้ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้บิดเบือนมาตลอดและยังไม่ยอมจ่ายเงิน จนเริ่มมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก
ด้าน นาง เฉลิมศรี น้ำทิพย์ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 3 ตำบลไผ่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า ญาติของตนเองได้ทำฌาปนกิจสงเคราะห์กับศูนย์ประสานงานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ส. เพิ่มพูน หลังจากเสียชีวิตลงตนเองได้ทำการยื่นเรื่องเพื่อที่จะขอรับเงิน สงเคราะห์จากสมาคมฯ แต่ทางเจ้าหน้าที่ที่ตนเองไปทำการติดต่อแจ้งว่า จะรับเงินในจำนวนเต็ม 1 แสนบาท หรือจะรับไปก่อน จำนวน 40,000 บาท ตนเองจึงได้ตัดสินใจว่าจะรับเงิน จำนวน 40,000 บาท ไปก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าขอเวลาทำการตรวจสอบเอกสารก่อน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 90 วัน จึงจะได้รับเงิน เมื่อครบ 90 วัน ตนเองเดินทางไปรับเงิน แต่เจ้าหน้าที่ได้บอกกับตนเองว่าให้กลับไปก่อนยังไม่ถึงคิวแล้วจะโทรศัพท์ไปแจ้งให้มารับ จนกระทั่งทุกวันนี้เกือบจะครบ 1 ปี แล้ว ทางสมาคมฯ ก็ยังไม่สามารถจ่ายเงินให้กับตนเองได้
ทางด้าน นาง น้ำเพชร มารยาท อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 6 ตำบลไผ่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ แกนนำ กล่าวว่า ตนเองพร้อมกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนได้รวมตัวกัน จำนวนกว่า 10 ราย เดินทางมาเพื่อเรียกร้องให้ทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอวิเศษชัยชาญ ทำการตรวจสอบการทำงานของสมาคมฯ และให้ทางศูนย์ประสานงานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ 2 เพิ่มพูน จ่ายเงินให้กับสมาชิก หลังจากทราบว่ามีชาวบ้านจำนวนมากทยอยกันมาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมถึงความไม่โปร่งใส โดยชาวบ้านเกรงว่าทางสมาคมฯ ผลัดผ่อนไม่ยอมจ่ายเงินให้กับสมาชิกที่เสียชีวิต และตัดสิทธิ์กับสมาชิกที่มีชีวิตอยู่ทำให้ต้องสูญเสียเงินที่ทางสมาชิกได้ส่งให้กับทางสมาคมฯ ทุกเดือน ซึ่งจะเข้าข่ายในการฉ้อโกงเงินของประชาชน เนื่องจากการทำฌาปนกิจที่ทำกับสมาคมฯ ผู้ที่ทำฌาปนกิจสงเคราะห์กับทางสมาคมฯ ในระยะเวลา 1 ปี เมื่อเสียชีวิตสมาชิกจะได้เงิน จำนวน 100,000 บาท โดยทางสมาคมฯ จะจ่ายให้เพียง 97,000 บาท ซึ่งจะหักเป็นค่าเดินทางไปตรวจสอบผู้เสียชีวิต จำนวน 3,000 บาท ถ้าเป็นต่างจังหวัดจะหัก 5,000 บาท โดยจะเรียกเก็บเงินจากสมาชิกเดือนละ 600 บาท รวมกับค่าออกหนังสือ อีก 30 บาท เป็น 630 บาทต่อเดือน เมื่อครบกำหนด 1 ปี ถ้าสมาชิกจะต่อสัญญากับสมาคมฯ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกคนละ 200 บาท แต่ถ้าสมาชิกต่อไม่ทันก็จะถูกตัดสิทธิ์จะต้องสูญเสียเงินที่ส่งไปทั้งหมด ซึ่งสมาชิกบางรายต้องรอเงินค่าฌาปนกิจสงเคราะห์ มากว่า 2 ปี สมาชิกบางรายที่ยังไม่เสียชีวิตก็เกรงว่าจะต้องสูญเสียเงินที่ได้ส่งไปแล้ว จึงได้รวมตัวกันเข้ามาร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรม อำเภอวิเศษชัยชาญ ให้ความช่วยเหลือ
ส่วนทางด้าน นาย สุรพล ระลอก ปลัดอำเภอวิเศษชัยชาญ กล่าวว่า ทางศูนย์ดำรงธรรม อำเภอวิเศษชัยชาญ ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน ในเรื่องของความไม่โปร่งใสของศูนย์ประสานงานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ส. เพิ่มพูน ซึ่งที่ผ่านมาทางศูนย์ดำรงธรรม ได้มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทยอยกันมาร้องเรียนกันเป็นจำนวนมาก โดยทางศูนย์ดำรงธรรม ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสมาคมฯ ซึ่งทางสมาคมฯ ได้มีหนังสือตอบกลับมาว่าทางสมาคมฯ มีปัญหาทางด้านสภาพคล่องทางการเงิน และจะขอผ่อนผันในการชำระเงินให้กับสมาชิก โดยวันนี้ได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นาย จักร์กริศน์ เย็นฉ่ำ ผู้จัดการศูนย์ประสานงานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ส. เพิ่มพูน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามที่สำนักงาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าผู้จัดการ เดินทางไปเฝ้าญาติที่ป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาลไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งศูนย์ดำรงธรรม อำเภอวิเศษชัยชาญ จะทำหนังสือแจ้งไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ประสานงานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ส. เพิ่มพูน และประชาชนที่เดือดร้อน ให้เข้ามาดำเนินการไกล่เกลี่ยในเรื่องดังกล่าวต่อไป
ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์ แสงตระการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อ่างทอง
