- 28 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ น.ส.อินทิรา ชื่นเรณู อายุ 39 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชัยฎิภูมิ อำนวยชัย รอง ผกก.5 บก.ป.เข้าร้องทุกข์ขอให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุม นายกิตติพงศ์ สังข์แก้ว หรือตาน้อย อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 206/2558 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2558 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หลังจากก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง ด.ช.ชนานนท์ มณีรัตน์ อายุ 14 ปี (ในขณะเกิดเหตุ) บุตรชาย นักวิ่งฝีเท้าดีของโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช จนต้องพิการเดินไม่ได้ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และแม้ว่าศาลจะออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีที่เกิดขึ้น ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า วันที่ 28 พ.ย.2560 ว่า นายกิตติพงศ์ หรือตาน้อย สังข์แก้ว อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 5 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.สมศักดิ์ แก้วแสน รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากที่ถูกศาลจังหวัดทุ่งสง ออกหมายจับลงวันที่ 27 สิงหาคม 2558 ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2558 นายกิตติพงศ์ ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิง ด.ช.ชนานนท์ มณีรัตน์ อายุ 14 ปี (ในขณะเกิดเหตุ) อยู่บ้านเลขที่ 283/239 หมู่ที่ 1 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนกีฬา จ.นครศรีธรรมราช ( อ.ทุ่งสง ) ได้รับบาดเจ็บสาหัสเหตุเกิดบริเวณตลาดเกษตร ในตัวเมืองทุ่งสง หลังจากก่อเหตุแล้วนายกิตติพงศ์ได้หลบหนีไปหลังจากที่ตำรวจสืบสวนจนทราบคนร้ายรายนี้คือนายกิตติพงศ์ตำรวจ จึงได้ขอหมายจับจากศาลจังหวัดทุ่งสงและติดตามจับกุมตัวมาโดยตลอด จนกระทั้งตัดสินใจเข้ามามอบตัวกับตำรวจในวันนี้ดังกล่าว
จากการสอบสวนนายกิตติพงศ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนยิง ด.ช.ชนานนท์ มณีรัตน์ จริง ส่วนสาเหตุในการที่ยิงนั้นก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปหาของกินในขณะที่ขับผ่านมาที่เกิดเหตุพบ ด.ช.ชนานนท์ คนเจ็บซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนยืนอยูริมถนน โดยมีเพื่อนของ ด.ช.ชนานนท์ อยู่ด้วยหลายคนและ ด.ช.ชนานนท์ ได้เรียกให้ตนหยุดตนจึงจอดรถเข้าใจว่าจะขอความช่วยเหลือเมื่อตนจอดรถ ด.ช.ชนานนท์ ซึ่งมีอาการเมาสุราพร้อมกับพูดจาก่อกวนพร้อมกับถือมีดมาด้วยเดินปรี่เข้ามาทำท่าจะแทงตนตนจึงชักอาวุธปืนยิงใส่ไป 1 นัดเพื่อป้องกันตัว จากนั้นตนได้ขับรถหลบหนีแล้วเอาอาวุธปืนทิ้งในลำคลองใกล้สำนักงานเทศบาลเมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากนั้นได้หลบหนีขึ้นไปอยู่ กทม.โดยทำงานรับจ้างจนทราบข่าวถูกออกหมายจับและมีการเข้าร้องเรียนกับตำรวจกองปราบจึงได้เดินทางมามอบตัวในวันนี้
ทางด้าน ร.ต.อ.สุริยา คงอินทร์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเพื่อ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเรื่องขึ้นแล้วทางตนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจหลังจากที่ ด.ช.ชนานนท์ ผู้บาดเจ็บรักษาจนอาการดีขึ้นแล้วทางแม่คนเจ็บได้นำตัวออกจากรงพยาบาลไปรักษาตัวต่อที่บ้านซึ่งตอนนั้นยังไม่ทราบว่าบ้านอยู่จุดไหน ตนจึงได้ออกหมายเรียกไปยัง ด.ช.ชนานนท์ ในฐานะพยานเพราะแม่เป็นคนแจ้งความในฐานะผู้เสียหายแต่เมื่อส่งหมายเรียกไปให้ถูกไปรษณีย์ตีกลับเพราะไม่มีคนรับ จึงได้พยายามติดต่อตามหาคนเจ็บจนทราบว่าอยู่ที่ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี จึงส่งหมายเรียกไปอีกแต่ถูกไปรษณีย์ตีกลับมาอีกหลัง ตนจึงเดินทางไปตามหาจนพบโดยไปที่ อ.เคียนซา จ.สุราษฏร์ธานี และพบว่าคนเจ็บอาศัยอยู่กับยายส่วนแม่ของคนเจ็บไปอยู่ต่างจังหวัด จึงได้แจ้งว่าต้องพาคนเจ็บมาสอบสวนปากคำที่ สภ.ทุ่งสง เพราะคนเจ็บเป็นเยาวชนในกระบวนการสอบสวนจะต้องสอบสวนต่อหน้าเจ้าหน้าหลายฝ่ายเช่นวิชาชีพ อัยการและต้องบันทึกวีดีโอเป็นหลักฐาน เป็นต้น จึงไม่สามารถที่จะไปสอบปากคำนอกสถานที่ได้ ทำให้การดำเนินการล่าช้า ซึ่งทางตำรวจทำอย่างเต็มความสามารถอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับที่ว่าผู้ต้องหาเป็นเด็กนายตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ร.ต.อ.สุริยา กล่าวในที่สุด
ภาพ/ข่าว นรศักดิ์ สานุจิตต์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
