- 29 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เวลา 08.30 น.วันที่ 29 พ.ย.2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม 4 ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 30 นายนำหมายจับศาลอาญาไปที่วัดลาดแค ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และควบคุมตัวพระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง เจ้าอาวาสวัดลาดแค เจ้าคณะอำเภอชนแดน อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ พร้อมแจ้งข้อหา "กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 ทั้งนี้เหตุที่ศาลออกหมายจับเนื่องจากเกรงว่าพระครูกิตติพัชรคุณ จะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จากนั้นควบคุมตัวไปยังกองกำกับการ 4 กรุงเทพฯ เพื่อนิมนต์ให้ลาสิกขา และสอบสวนเพิ่มเติม
นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจค้นภายในกุฎีของพระครูกิตติพัชรคุณ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่ในส่วนของที่พักของนายพรประวิตร ฤทธาเทวา อายุ 38 ปี ลูกศิษย์คนใกล้ชิดที่ปลูกอยู่ใกล้กันพบซองปืน 4 ซอง แม็กกาซีน 2 แม็ก กระสุนปืนกว่า 50 นัด จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานพร้อมแจ้งข้อหามีกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายจากนั้นนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ดงขุย อ.ชนแดน
พ.ต.ท.แมน เม่นแย้ม รอง ผกก.4 บก.ป.กล่าวว่ากองปราบปรามได้รับการร้องเรียนถึงความไม่ชอบมาพากลของพระครูกิตติพัชรคุณ ในเรื่องการบริหารวัดรวมทั้งพฤติกรรมในด้านชู้สาว ซึ่งหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผบช.สอบสวนกลาง จึงได้สั่งการให้กองกำกับการ 4 ดำเนินการสืบสวนสอบสวนซึ่งพบว่ามีมูล จึงได้ทำการสอบสวนและรวมรวมพยานหลักฐานและขอหมายจับจากศาลอาญาซึ่งวันนี้ก็จะได้ควบคุมตัวไปที่กองกำกับการ 4 พร้อมทั้งจะขอนิมนต์ให้ลาสิกขาเพื่อทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พ.ต.ท.เพชรชุมพร ศรีวะรมย์ รอง ผกก.4 บก.ปปป. กล่าวถึงกรณีการดำเนินคดีเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัดของพระครูกิตติพัชรคุณว่าหลังจากที่ ปปง.มากล่าวโทษร้องทุกข์พระครูกิตติพัชคุณ ปปป. จึงได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเส้นทางการเงินและเชื่อว่าลูกศิษย์และคนใกล้ชิดบางคนมีส่วนเกี่ยวข้องวันนี้จึงได้มาเชิญตัวไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมกันนี้ก็จะดำเนินการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของพระครูกิตติพัชรคุณ หากมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ด้านพระครูกิตติพัชคุณ เจ้าคณะอำเภอชนแดนกล่าวว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าเมื่อ 10 กว่าปีก่อนตนไปกระทำอานาจารกับเด็กผู้หญิงซึ่งตนก็ไม่รู้เรื่องนี้เลย รวมทั้งชาวบ้านก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ส่วนผู้ที่ไปร้องเรียนตนเองนั้นเป็นการกลั่นแกล้งจากฝ่ายตรงข้ามเพราะไม่ถูกกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้าหน้าที่น่าจะมาสอบถามตนเองก่อนว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวจริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามก็คงต้องให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งตนก็เชื่อในความยุติธรรมและความถูกต้อง
ภาพ/ข่าว อารีย์ สีแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เพชรบูรณ์
