ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีที่เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักและมีลมพัดกรรโชกรุนแรงในพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเมื่อค่ำวานนี้ นายจำเริญ  ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย 7 อำเภอ โดยประกาศให้ 4 อำเภอ เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อค่ำวานนี้ (29 พ.ย.) นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แถลงเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม โดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการแบบเดียวกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับชาติ มีส่วนปฏิบัติการฉุกเฉิน(สปฉ.) 18 หน่วยหลัก  มีศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับอำเภอทุกอำเภอ โดยมีการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งที่ผ่านมา เพื่อใช้ในการบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ ภายใต้แนวคิดศูนย์จัดการภัยพิบัติตำบล โดยมีการติดต่อสื่อสารผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเร้นท์ไปยังศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอด้วย

               โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาแต่ละอำเภอได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับอำเภอทุกอำเภอ และยังแยกย่อยลงไปเป็นระดับตำบล เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. ซึ่งตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวานนี้ (29 พ.ย.)แต่ละพื้นที่ได้รายงานเหตุการณ์ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลายอำเภอที่ประชาชนประสบภัยรุนแรง อาทิ พื้นที่ อ.สิชล เกิดฝนตกหนัก ลมพัดกรรโชกรุนแรง และเกิดเป็นพายุหมุน หรือ “ลมหัวด้วน” พัดถล่มในพื้นที่บ้านเขาคา หมู่ 11 หมู่ 14 ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักลงมาทับขวางเส้นทางถนน  และทับบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายยีบเยินจำนวน 30 หลัง  และระบบสาธารณูปโภคอื่น ๆเช่น เสาไฟฟ้ารวมถึงสัตว์เลี้ยงที่โดนต้นไม้ล้มทับเสียชีวิตและบาดจำนวนมาก

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ในขณะที่หมู่ที่ 1,2,3 และหมู่ 9 ตำบลเทพราช อ.สิชล ฝนตกหนักลมพัดกรรโชก ทำให้ต้นไม้ล้มขวางถนน และทับบ้านเรือนของราษฏรได้รับความเสียหาย 85  หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังพร้อมอาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจนำเครื่องเลื่อยยนต์ มีดพร้า ขวาน เข้าไปช่วยตัดกิ่งไม้ ต้นไม้ ที่ทับบ้านเรือนประชาชนและที่ล้มขวางถนน โดยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งปฏิบัติการต่อเนื่องหลายชั่วโมง จนสามารถเคลียร์พื้นที่เปิดการจราจรได้ตามปกติ ส่วนชาวบ้านที่ไร้ที่อยู่อาศัยได้อพยพไปอาศัยตาวัด โรงเนียนและบ้านญาติชั่วคราว ในระหว่างที่ทางราชการจะเข้าไปช่วยปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเรือนที่อย่าอาศัยให้ต่อไป

                สำหรับอำเภอที่มีฝนตกหนักในรอบวันที่ผ่านมา ประกอบด้วย อ.ท่าศาลา ฝนตกหนักมากที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราชถึงกว่า 186 มิลลิเมตร รองลงมาอำเภอพรหมคีรี 174.5 มิลลิเมตร อ.เมือง 136.5  มิลลิเมตร อ.ทุ่งสง และอ.บางขันตกเท่ากันที่ 123.5 มิลลิเมตร และทุกพื้นที่ลมพัดกรรโชกรุนแรงต่อเนื่อง ในทะเลมี คลื่นสูง 2-3  เมตร จนชาวประมงต้องนำเรือกลับเข้าฝั่งไม่สามารถออกจับปลากลางทะเลได้

                ในขณะที่พื้นที่หมู่ 11  ตำบลท่าศาลา มีน้ำไหลหลากท่วมบ้านเรือน 12  ครัวเรือน  ส่วนหมู่ที่ 7 ตำบลโพธิ์ทอง มีน้ำไหลพาดผ่านถนน หมู่ที่ 15  ตำบลท่าขึ้น มีน้ำไหลหลากท่วมพื้นที่ราบลุ่มและถนนในหมู่บ้านจนรถสัญจรผ่านไปมาไม่ได้  ทางด้าน อำเภอนบพิตำ ฝนตกหนัก สถานการณ์อยู่ในภาวะเฝ้าระวังพิเศษ เพราะเกรงดินภูเขาที่อุ้มน้ำไว้จำนวนมากจะพังถล่มลงมาสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เสี่ยงหลายจุดทั้งใน ต.กรุงชิง ต.นบพิตำ ต.นาเหรง  ในขณะที่ อำเภอพรหมคีรีมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง น้ำป่าบนเทือกเขาหลวงไหลทะลักมาตามสายน้ำตกพรหมโลก น้ำตกอ้ายเขียวอย่างรวดเร็วและรุนแรง มีสีแดงขุ่น  และคาดว่าตั้งแต่ช่วง 03.00 น.หากฝนไม่หยุดตกน่าเชื่อได้ว่าจะเกิดสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่อย่างหนักเช่นเดียวกับช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งในพื้นที่พื้นที่กลางน้ำตั้งแต่ ต. บ้านเกาะ และ  ต.  นาเรียงบางส่วนเริ่มเข้าสู่สภาวะอุทกภัยแล้ว

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

สำหรับในพื้นที่ อ.เมือง และเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช นายยสมพงษ์ มากมณีนายอำเภอเมือง พร้อมด้วยปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่ออกเยี่ยมเยียนประชาชนที่ถูกน้ำท่วมใน ต.มะม่วงสองต้น ซึ่งถูกน้ำท่วมบ้านเรือนประมาณ 50 หลัง ถนนสายมะม่วงสองต้น ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 30 ซ.ม. รถยังสามารถผ่านไปมาได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามในหลายพื้นระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย คาดว่าหากน้ำจากเทือกเขาหลวง ต.กำโลน อ.ลานสกา ไหลลงมาสมทบจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ อ.เมือง แบละเขตเทศบาลในเช้าของวันนี้  ซึ่งทางนายมนัส พงศ์ยี่หล้า รองนายกเทศมตรีเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ได้ตั้งศูนย์บัญชาการ ฯระดมกำลังเจ้าหน้าที่มาประจำเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่องตลอด 24 ชม.  ทางด้านพื้นที่ หมู่ 15 ต.ท่าเรือ อ.เมือง น้ำท่วมบานเรือนราษฎรจำนวน 15 หลัง จำนวน 15  พื้นที่หมู่ 12 ต.ท่าเรือ จำนวน 25 ครัวเรือน  รวมทั้งพื้นที่ ต กำแพงเซา อ.เมือง น้ำท่วมบ้านเรือนราษฏรเกือบทุกหมู่บ้านรวม จำนวน 585 ครัวเรือน

                โดยนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากการที่ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุมทั้ง 23 อำเภอ มาตั้งแต่วันที่ 26-29 พ.ย.  2560 ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขังบางพื้นที่ ซึ่งขณะนี้จังหวัดได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว  7 อำเภอ รวม 44 ตำบล  198 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ได้แก่ อ.ชะอวด บางขัน เชียรใหญ่  จุฬาภรณ์ พิปูน ทุ่งสง และ อ.ปากพนัง และได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) 4 อำเภอ คือ อำเภอชะอวด จุฬาภรณ์ บางขัน และอำเภอทุ่งสง มีประชาชนได้รับผลกระทบ 18,131 คน 6,461 ครัวเรือน ที่อยู่เสียหายบางส่วน 7 หลัง ด้านการเกษตรอยู่ระหว่างการสำรวจ ด้านสาธารณูปโภค ถนนเสียหาย 61 สาย สะพาน/คอสะพาน 3 แห่ง ฝาย 4 แห่ง ประปา 4 แห่ง  พนังกั้นน้ำ 1 แห่ง และอยู่ระหว่างสำรวจเพิ่มเติม

                “สำหรับอำเภออื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยได้มีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่ชายฝั่งให้ระวังคลื่นลมแรง น้ำทะเลหนุนด้วย เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง โดยมีการเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ครบทั้ง 23 อำเภอแล้ว อย่างไรก็ตามขอแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2560 ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมทั้งขอให้ดูแลและระมัดระวังเด็กอย่าให้เล่นน้ำ หรือผู้สูงอายุ เดินลุยน้ำตามลำพังโดยเด็ดขาด รวมทั้งผู้ที่ออกไปหาปลาอย่าไปคนเดียวเพราะอาจพลัดตกจมน้ำเสียชีวิตได้ หากมีเพื่อนไปด้วยก็จะสามารถช่วยเหลือกันได้ นอกจากนี้ขอให้ระมัดระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าด้วย หากน้ำขึ้นสูงขอให้ย้ายปลั๊กและสวิทซ์ไฟขึ้นที่สูงหรือสับคัตเอ้าท์ลง ที่สำคัญต้องเตรียมข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งจำเป็นอื่น ๆ ให้เพียงพอต่อการดำรงชีพในกรณีฉุกเฉินได้ประมาณ  5 วันด้วย เมื่อได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพก็ขอให้อพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยหรือศูนย์อพยพที่กำหนดไว้ด้วย ในส่วนของสัตว์เลี้ยงจำพวกวัวควาย ได้จัดเตรียมหญ้าแห้งไว้แล้ว 580 ตัน แบ่งเป็นของจังหวัด 180 ตัน แจกจ่ายล่วงหน้าไปแล้ว 80 ตัน เหลือ 60 ตัน  และของกรมปศุสัตว์ 400 ตัน”

               นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา กล่าวอีกว่า  จากข้อมูลของสถานีอุตุนิยมวิทยานครศรีธรรมราช ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560จนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 มีปริมาณน้ำฝนสะสมวัดได้ 3,600 มิลลิเมตรแล้ว จากค่าเฉลี่ยทั้งปี 2,400-2,500 มิลลิเมตร หรือปริมาณน้ำฝนเกินไปแล้ว 1,100 มิลลิเมตร  ดังนั้นพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ พื้นที่ลาดเชิงเขา เพราะดินได้อุ้มน้ำเต็มที่แล้ว ซึ่งอาจจะเกิดดินถล่มได้ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนได้ระมัดระวังและติดตามการแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิดด้วย หากมีการแจ้งให้อพยพก็ขอให้อพยพทันที เพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสียขึ้น หากต้องการความช่วยเหลือขอให้โทรสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 0 7535 8440  หรือ โทร.สายด่วน 1784  ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน.

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ฤทธิ์ลมหัวด้วน!! เมืองคอนวิกฤตหนัก ฝนตกหวั่นน้ำป่าทะลักท่วมเมือง “ลมหัวด้วน” ถล่มบ้านพังยับ 2 หมู่บ้าน 115 หลัง กู้วิกฤติเกือบตลอดทั้งคืน

ขอบคุณภาพ/ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช

ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมรา