- 30 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
คลื่นลมแรงในอ่าวไทยส่งผลให้เรือโดยสารวิ่งข้ามฝากระหว่างดอนสัก ไปยังเกาะพะงัน และเกาะเต่า ไม่สามารถจอดเทียบท่าได้ ในขณะที่เรือโป๊ะบรรทุกปูนเจอคลื่นที่สูง และแรงทำให้เชือกขาดพาดเอาลูกเรือตกน้ำได้รับบาดเจ็บสาหัส
เจ้าหน้าที่เจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 สุราษฎร์ธานีเข้าตรวจสอบเรือโดยสารวิ่งข้ามฟาก ระหว่างท่าเทียบเรือดอนสัก ไปยังเกาะพะงันและเกาะเต่า หลังเรือโดยสารไม่สามารถที่จะจอดเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมทวด อ.ดอนสัก เนื่องจากมีคลื่นลมแรง
ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวจึงได้ประสานท่าเทียบเรือของบริษัทเอกชนที่จอดอยู่ในลำคลองที่ไม่มีลมและคลื่นสงบ เพื่อตรวจสอบการบรรทุกน้ำหนักของเรือ เสื้อชูชีพ ว่ามีเพียงพอกับนักท่องเที่ยวหรือไม่ เพื่อป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาสามารถที่จะนำเสื้อชูชีพได้ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางอย่างเข้มงวด
อย่างไรก็ตามจากปัญหาลมแรงและคลื่นที่สูงส่งผลให้เรือโยงที่กำลังลากเรือโป๊ะที่บรรทุกปูนมาจำนวน 4 ลำ บรรทุกปูนจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อไปส่งยังจังหวัดสงขลา และปัตตานี อยู่ท่ามกลางคลื่นลมแรง ทำให้เชือกโยงขาดพาดเอาลูกเรือโป๊ะที่บรรทุกปูน พลัดตกลงน้ำทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส อยู่ห่างจากเกาะเต่าประมาณ 9 ไมล์ทะเลหรือประมาณ 17-18 กิโลเมตร ส ซึ่งเรืองประมงและเรือเอ็มพีมารีน ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้เข้าให้การช่วยเหลือก่อนจะให้เรือของมูลนิธิกุศลศรัทธาเกาะเต่ารับตัวส่งโรงพยาบาลเกาะเต่าเพื่อดำเนินการรักษาต่อไป
ภาพ/ เนาวรัตน์ เรียบเรียงข่าว สันทัด่ เจ็ดเสมียนใหม่ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
