- 30 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
((30 พ.ย.) พ.ต.ต.สมนึก สุวรรณวงศ์ สว.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราชได้รับรายงานว่า นางสุพินยา นาคแก้ว อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 67/1 หมู่ 8 บ้านบ่อปลา ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ลักลอบขายยาบ้าให้กับผู้เสพในหมู่บ้าน จึง พร้อมด้วย ร.ต.อ.นนทวัช รัตนนิพนธ์ รอง สว.สส.เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และ อส.ตร. รีบรุดไปตรวจสอบจับกุม พบนางสุพินยา นาคแก้ว ยืนอยู่หน้าบ้าน มีอาการศรีษะและมือสั่น ตาเหม่อลอย ลิ้นแข็ง คล้ายคนเมายายบ้า ในขณะที่พูดกับเจ้าหน้าที่จะแลบลิ้นและเสียริมฝีปากเป็นระยะ ๆ จึงขอตรวจค้นพบในกระเป๋าเสื้อพบมียาบ้าบรรจุหลอดดูดพลาสติก จำนวน 10 เม็ด ในขณะนั้นได้นายกิตติศักดิ์ ไหมทอง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 หมู่ 8 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ขับรถ จยย.มาที่บ้านเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จำได้ว่าผู้ต้องหารายนี้เคยถูกจับเสพยาบ้ามาครั้งหนึ่งแล้ว และ เจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะให้ความร่วมมือล่อซื้อยาบ้าจากผู้ขายรายย่อยให้ เจ้าหน้าที่จึงให้เงินไป 420 เพื่อล่อซื้อยาบ้า แต่นายกิตติศักดิ์ กลับเชิดเงินของตำรวจและหลบหนีไป จึงเข้าทำการจับกุมตัวเอาไว้ได้ และควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางมาสอบสวนที่โรงพัก
สุพินยา นาคแก้ว ผู้ต้องหาคนแรกให้การรับสารภาพว่ายาบ้าของกลาง 10 เม็ดเป็นของตนเอง ซื้อไว้เพื่อเสพเอง โดยมีเพื่อนบ้านคนหนึ่งนำมาชายให้ถึงบ้าน ตนอยากลองกินดูเล่น ๆ วันละ 1 เม็ดไม่เห็นจะมีรสชาติใด ๆ ที่สำคัญไม่มีฤทธิ์ต่อจิตแปประสาทหรือร่างกายตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ๆ จึงเพิ่มเป็นเสพวันละ 2 เม็ดก็เหมือนเดิมไม่พบว่ามีฤทธิ์ต่อร่างกายใด ๆ ทั้งสิ้น จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีเสพโดยนำยาบ้าใส่ในกระดาษกระดาษฟอยล์และใช้ไฟลนดูดเอาควันไฟก็ไม่มีฤทธิ์ใด ๆ ร่างกายเป็นปกติ ตนทั้งกินและดุดควันยาบ้ามานานหลายปีไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายใด ๆ เลย เคยถูกจับมาครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้วพร้อมยาบ้าของกลาง 9 เม็ด แต่ตนไม่เข็ดหลาบเพราะไม่เห็นว่าจะมีโทษใด ๆ กับร่างกาย จึงซื้อมากินและดูดควันจนถูกจับกุมเป็นครั้งที่ 2 ดังกล่าว ซึ่งการให้การของนางสุพินยา บ่งบอกถึงคนเมายาบ้าอย่างชัดเจน แต่ตัวนางสุพินยา กลับไม่รู้ว่าฤทธิ์ยาบ้าส่งผลต่อร่างกายและจิตใจตัวเองอย่างไร
ซึ่งในทางการสืบสวนทราบว่านางสุพินยา เป็นผู้คารายย่อยและทำมานานแล้ว จะซื่อยาบ้ามาครั้งละ 10 เม็ดจำหน่ายให้ลูกค้าในหมู่บ้าน 2-3 คนเท่านั้น ในจำนวนลูกค้ามีนายกิตติศักดิ์ รวมอยู่ด้วย และพบว่านายกิตติศักดิ์ ก็อยู่ในอาหารเมายาบ้าอย่างเห็นได้ชัด จึงทำการตรวจปัสสาวะพบปัสสาวะมีสีม่วง ในขณะที่นายกิตตศักดิ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย ส่วนนางสุพินยา ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ๆไว้ในครอบครองและข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย จึงควบคุมตัวสองผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
