- 01 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้ว่าสุราษฎร์ธานีประกาศเขตภัยพิบัติจากเหตุฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากและแม่น้ำตาปีล้นฝั่งท่วมขังในที่ลุ่มและจำนวน 13 อำเภอมีราษฎรได้รับผลกระทบแล้วกว่า 2,700 ครัวเรือนและยังอยู่ในระหว่างสำรวจอีกจำนวนหนึ่ง ไม่มีรายรายผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในขณะที่ผู้บริหารเขื่อนรัชชประภายันยังสามารถรับน้ำได้กว่า 1,200 ล้านลูกบาตรเมตร
จากสถานการณ์ฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากแม่น้ำตาปีล้นฝั่งท่วมขังในพื้นที่จังหวัด สุราษฎร์ธานีตั้งแต่วันที่ 30-31 พฤศจิกายนจนถึงวันนี้ (1 ธ.ค.)จนเป็นเหตุให้มีถนน คอสะพาน ท่อระบายน้ำ บ้านเรือนราษฎรและพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก แต่ไม่มีรายรายผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ
ล่าสุดวันนี้ (1 ธ.ค.) นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกประกาศเขตประสบภัยพิบัติจำนวน 13 อำเภอ ประกอบด้วย 1. ท่าชนะ 2. บ้านนาสาร3. พนม 4. ชัยบุรี 5. เกาะสมุย 6. บ้านนาเดิม 7. พระแสง 8. กาญจนดิษฐ์ 9. เมือง 10. เวียงสระ11.ท่าฉาง12. เคียนซา13. ดอนสัก มีราษฎรได้รับผลกระทบจำนวน กว่า 3,000 ครัวเรือน ราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 10,000 คน
ทาง ปภ.สุราษฎร์ธานียังเตือนขอให้ประชาชนติดตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไปและขอให้ประชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำตาปีและที่ลุ่มควรเก็บทรัพย์สินไว้บนที่สูงและนำสัตว์เลี้ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัย เนื่องจากมวลน้ำจากจังหวัดกระบี่และมวลน้ำจากเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ไหลลงสู่แม่น้ำตาปีทำให้พื้นที่ตั้งแต่อำเภอพระแสงและพื้นที่อำเภอต่างๆที่เป็นเส้นทางน้ำไหลผ่านก่อนไหลออกสู่อ่าวบ้านดอน จะได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องส่วนสภาพอากาศวันนี้ยังมีเมฆฝนปกคลุมและยังมีฝนตกบางช่วง
ด้าน นายอมร แก่นสารี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภาปฎิบัติการ ( เขื่อนเชี่ยวหลาน )ได้กล่าว่าขณะนี้ระดับน้ำภายในอ่างเก็บน้ำมีจำนวน 87 เปอร์เซ็นต์ หรือ กว่า 4,000 ล้านลูกบาตรเมตร ซึ่งทางเขื่อนยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 1,000 ล้านลูกบาตรเมตรดังนั้นจึงไม่จำเป็นจะต้องเร่งปล่อยน้ำ แต่จะปล่อยน้ำเพื่อเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามกำหนดเวลา ขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตก
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
