- 02 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 2 ธ.ค. 2560 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช พลเอกพงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานเปิดเปิดเวทีเสวนา รับฟังความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะโครงการคลองไทย หัวใจของชาติ ( คลองไทย 9 A ) โดยมีนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน นักธุรกิจ ประชาชน นักเรียน-นักศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ และร่วมเข้าร่วมเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นกว่า 600 คน
นายวิรวัฒน์ แก้วนพ วิศวกร สมาคมคลองไทย กล่าวบรรยายโครงการคลองไทย แนว 9 A ว่าการขุดคลองไทย มีแนวคิดเริ่มต้นในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพื่อเชื่อมทะเลอันดามัน และทะเลอ่าวไทย แต่เนื่องจากมีเหตุผลและเหตุการณ์ต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้แนวคิดการขุดคลองไทยถูกระงับและล้มเลิกไปหลายครั้ง ต่อมาปี พ.ศ. 2544 กรรมาธิการวุฒิสภา ได้รื้อฟื้นและศึกษาการขุดคลองไทยขึ้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งผลการศึกษาของวุฒิสภา ได้ให้ความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ให้ดำเนินการขุดคลองไทย ตามแนวคลองใหม่ เรียกว่า เส้นทางแนว 9 A เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2548 โดยเริ่มต้นจากทะเลอันดามันที่ อ.สิเกา อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ผ่าน อ.ทุ่งสง จุฬาภรณ์ อ. ชะอวด อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ออกสู่ทะเลอ่าวไทยที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ความกว้างคลอง 400 เมตร ความยาว 135 กิโลเมตร และมีความลึก 30 เมตร ซึ่งในการขุดคลองไทยในแนว 9 A จะไม่ผ่านโครงการพระราชดำริ ชุมชนหนาแน่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ เขตอนุรักษ์ / แนวป่าสมบูรณ์ แหล่งอารยธรรม และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ โดยหากสามารถดำเนินการได้เป็นผลสำเร็จจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
ทางด้านพลเอกพงษ์เทพ ประทีป กล่าวว่า การขุดคลองไทย จะช่วยลดปัญหาความยากจนของคนไทย เนื่องจากจะเป็นแหล่งจ้างแรงงานขนาดใหญ่ โดยจะช่วยย่นระยะการเดินทางของเรือสินค้า ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าทั้งของไทยและต่างชาติ ส่งเสริมศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะกองทัพเรือไทยสามารถเคลื่อนกำลังระหว่างสองฝั่งได้อย่างรวดเร็ว หากมีกรณีฉุกเฉิน และไทยจะเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้าของภูมิภาคและของโลก มีอำนาจในการต่อรองสินค้าได้มากขึ้น ไทยสามารถเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าในตลาดภูมิภาคและตลาดโลกได้ เป็นต้น
ในขณะที่นายยงยศ แก้วเขียว กล่าวว่า การเปิดเวทีเสาวนารับฟังความคิดเห็นของประชาชนในทุกจังหวัดที่แนวโครงไทยพาดผ่าน ประกอบด้วย 5 จังหวัด 8 อำเภอ 94 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการนี้ ตนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยที่ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมรณรงค์ขับเคลื่อนโครงการนี้ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของไทยทั่วทุกจังหวัด คนไทยโดยเฉพาะคนภาคใต้และคนในพื้นที่ที่แนวคลองไทยพาดผ่านจะไม่รอให้ใครมากำหนดว่าจะขุดคลองไทยหรือไม่ แต่ทุกคนจะรวมพลังเรียกร้องให้รัฐบาลนี้เร่งดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้แต่เริ่มทำการจุดคบองไทย แนว 9 A อย่างเร่งด่วน เพราะการจุดคลองไทยทำให้คนไทยทั่วประเทศโดยเฉพาะชาวภาคใต้มีรายได้ มีเศรษฐกิจที่ดี สร้างงาน สร้างอาชีพ ลูกหลานมีงานทำทั่วหน้า สร้างรายได้เข้าประเทศปีละหลายล้านล้านบาท เส้นทางเดินเรือคลอไทยเปรียบเป็นผลไม้ทองคำเก็บไปกินไปใช้สอยตลอดไปเจ็ดชั่วโคตร ชั่วนาตาปีอย่างแน่นอน เป็นโครงการแก้จนให้คนไทยทั้งประเทศได้อย่างแท้จริง
“โครงการนี้เป็นโครงการเดียวที่จะสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนของคนไทยทั้งประเทศได้อย่างยั่งยืน ซึ่งอันดับแรกชาวบ้านที่อยู่ในแนวคลองไทยแนว 9 A ผ่านจะได้รับเงินเวนคืนหลายเท่าตัว รวมทั้งทุกคนที่ถูกเวนคืนจะมีรายได้จากเงินปันผลตลอดไป 7 ชั่วโคตร โดยคิดเป็นเปอร์เซนต์จากจำนวนที่ดินที่ถูกเวนคืนเดือนละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาทโดยให้เป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลานต่อ ๆ กันไปไม่มีวันสิ้นสุดเรียกว่าตามทายาทตามกฎหมายไปถึง 7 ชั่วโคตร”
นายยงยศ แก้วขียว กล่าวอีกว่า ผลการเสวนาในวันนี้ผู้เข้าร่วมเสวนาเห็นด้วยพันเปอร์เซ็นต์ โดยทุกคนจะส่งไปรษณียบัตรถึง พล.อ.ปผระยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีโดยตรง และจะรวบรวมแนวคิด ข้อเสนอแนะให้คณะทำงานอำนวยการคลองไทยทั้งส่วนส่วนกลางและของจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมกับคณะอำนวยการคลองไทย 5 จังหวัด คือ ประกอบด้วยจังหวัด กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง และ จ.สงขลา เพื่อส่งไปยังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อดำเนินการพิจารณาตามขั้นตอนอย่างเร่งด่วนต่อไป เรื่องนี้ชักช้าอยู่ไม่ได้อีกแล้วต้องรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้.
ยุทธนะ เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
