- 06 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา "ไหลแพไฟวันพ่อแห่งชาติ พิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ" หนึ่งเดียวในประเทศไทย ประชาชนเรือนแสนร่วมแห่ชม
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่บริเวณริมแม่น้ำน่าน ท่าน้ำหน้าวัดวังแดง หมู่ 3 ตำบลวังแดง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ นายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรากุล นายอำเภอตรอน เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนแพไฟเฉลิมพระเกียรติ ในงานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติและพิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ ประจำปี 2560 เนื่องวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ชาวอำเภอตรอนมีแม่น้ำน่านไหลผ่าน อันเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงประชาชนมาโดยตลอด
เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ วันร่วมน้อมรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และตอบแทนบุญคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำที่ยังความอุดมสมบูรณ์ทำให้ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวพื้นที่อำเภอตรอน ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากขึ้น ซึ่งประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติที่จัดขึ้นครั้งนี้ ได้จัดติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 19 ปีแล้ว
โดยมีท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลตรอน เทศบาลตำบลบ้านแก่ง องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านแก่ง อบต.วังแดง อบต.หาดสองแคว อบต. ข่อยสูง และอบต.น้ำอ่าง ร่วมจัดแพไฟเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 7 หลัง ปล่อยลงในแม่น้ำน่าน ตามจุดท่าน้ำทั้ง 5 แห่ง ที่ขบวนแพไฟไหลผ่าน ตั้งแต่จุดท่าน้ำวังแดง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นขบวนไหลแพไฟออกเดินทาง,จุดท่าน้ำเทศบาลตรอน, จุดท่าน้ำ อบต.บ้านแก่ง, จุดท่าน้ำเทศบาลบ้านแก่งและท่าน้ำวัดหาดสองแคว ด้วยระยะทาง 12 กิโลเมตร นานกว่า 5 ชั่วโมง โดยมีนายเสฐียรพงษ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ รอรับแพไฟเฉลิมพระเกียรติและพิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ จำนวน 7 หลัง ที่บริเวณท่าน้ำวัดหาดสองแคว จุดสุดท้ายที่แพไฟทั้งหมดจะไหลมารวมกันและสิ้นสุดที่นี่
ขบวนแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ สร้างความสวยงามตระการตาอลังการให้กับท้องน้ำน่านอย่างมาก มีประชาชนจากทั่วสารทิศทั้งจากจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดใกล้เคียงเรือนแสนคน ร่วมเดินทางมาชมงานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติ ริม 2 ฝั่งของแม่น้ำน่านที่ขบวนแพไฟไหลผ่าน
ไฮไลท์ของงานนอกจากพลุไฟแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่จะเฝ้าติดตามดูขบวนแพไฟที่มีความสูง 6 เมตร ที่มีความสูงกว่าสะพานสลิงบ้านแก่งเกือบ 2 เมตร ขบวนแพไฟทั้ง 7 หลังนี้ จะผ่านรอดไปอย่างไร และเมื่อพบว่าแพไฟทั้ง 7 หลังนี้ สามารถรอดผ่านไปได้ด้วยวิธีเก็บพับราวไฟ ที่สูงเกินออกมาและพับลงเข้าหาตัวเกือบครึ่งหนึ่ง เมื่อรอดพ้นแล้วจึงยกบานพับราวไฟขึ้นเพื่อโชว์ความสวยงามดั่งเดิม สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก งานประเพณีไหลแพไฟนี้ นับเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่จัดเนื่องวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ และพิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ ซึ่งชาวจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมที่จะอนุรักษ์และสืบสานงานประเพณีนี้ให้คงอยู่กับลูกหลานตลอดไป
สำหรับงานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติและพิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ เริ่มครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2541 สมัยนายสมชาย หถยะสันติ นายอำเภอตรอนขณะนั้น มีความคิดว่าอำเภอตรอนยังไม่มีงานประเพณีใด ที่จัดได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวให้กับทางอำเภอได้ พื้นที่อำเภอตรอนราษ ฎรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาและปลูกพืชผักผลไม้จึงรวมกับหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดให้มี "งานประเพณีไหลแพไฟ" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องวโรกาส ทรงมีพระชนมพรรษา 6 รอบ ครั้งแรกเป็นเพียงแพรูปแบบจำลองเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์หนึ่งแพเท่านั้น มีประชาชนทั้งในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดใกล้เคียงต่างให้ความสนใจมาชมกันมาก และมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ต่อมา ในปีพ.ศ.2542 นายเรื่องเดช จอมสืบ นายอำเภอตรอน ได้กำหนดให้เป็นงานประเพณีไหลแพไฟของอำเภอตรอน และเป็นวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมเพิ่มชื่อ " งานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติและพิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ" มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล 5 แห่ง และเทศบาลตำบล 2แห่ง จัดทำไฟฟ้ารวมขบวน 7แพ ทำให้งานประเพณีไหลแพไฟของอำเภอตรอน ยิ่งใหญ่อลังการจนมาถึงปัจจุบันนี้
ภาพ/ข่าว สมภพ สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุตรดิตถ์
