- 06 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
6 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์ฝนตกหนักน้ำท่วมเต็มพื้นที่ทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า ต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงมาจากฝนตกหนักในพื้นที่เทือกเขา ซึ่งอยู่ตอนกลางของจังหวัดก่อนจะไหลลงสู่ที่ต่ำในด้านทิศวีนออกและทิศตะวันตก ลงผลให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงทุกปี ซึ่งตลอดทั้งวัน สบก.นครศรีธรรมราช ได้รับการแจ้งรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นในทุกอำเภออย่างต่อเนื่อง แม้แต่ในตัวเมืองนครศรีธรรมราชไม่เว้นถนนราชดำเนินถูกน้ำท่วมเป็นช่วง ๆ ที่น่าวิตกกังวลมากที่สุดคือที่บริเวณหน้า รพ.มหาราช น้ำท่วมผิวการจรจรสูงเฉลี่ย 30 ซ.ม. แม้ว่าทาง รพ.มหาราช จะมีระบบการป้องกันน้ำทะลักเข้าร่วมพื้นที่ด้านในของ รพ.ก็ตาม แต่หากน้ำท่วมบนถนนเกิน 80 ซ.ม. การป้องกันก็ไร้ผลน้ำจะทะลักเข้าร่วมพื้นที่ด้านในส่งผลกระทบต่อการรักษาพยาบาล เช่นเดี่ยวกับ รพ.ท่าศาลาอย่างแน่นอน
ทางด้าน ศบก.นบพิตำ รายงานว่าสืบเนื่องจากเกิดฝนตกหนักเกิดตกติดต่อกัน ส่งให้ต้นไม้และดินบนภูเขาอุ้มน้ำต่อไปไม่ไหวไหลบ่าทะลักลงสู่เบื้องล่าง กระแสน้ำและต้นไม้กิ่งไม้พุ่งเข้ากระทบ กระแทกกับบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยที่บริเวณราบเชิงเขา พื้นที่หมู่ 7 ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับความเสียหายนับเยินกว่า 15 ครัวเรือน ชาวบ้านกว่า 100 คน ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส โชคดีที่ทางราชการได้ติดตามสถานการณ์และร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยประชาร่วมใจเร่งอพยพชาวบ้านออกนอกพื้นที่ไปก่อนหนาแล้ว ไม่มีการอพยพล่วงหน้าจะต้องเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่มีผู้บาดเจ็บล้มตายในจุดดังกล่าวจำนวนมากอย่างแน่นอน
ทางด้าน พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.41 / ผอ.ศบภ.มทบ.41 พร้อมด้วยคณะแม่บ้าน ทบ. สาขา มทบ.41 และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัดมหาชน ได้เดินทางไปพบปะให้กำลังใจ โดยนำสิ่งของและเงินจำนวนหนึ่งมอบให้แก่ นางสมจิตร สุวรรณแก้ว บ้านเลขที่ 409 นางละเมียด สุวรรณแก้ว บ้านเลขที่ 332 และนางดำ จันทร์ขาว บ้านเลขที่ 160 หมู่ที่ 1 ต.ดอนตรอ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากช่วงฝนตกหนักและน้ำท่วมในพื้นที่ต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มทับบ้านเรือนเสียหาย จำนวน 3 หลัง โดยมีนายภูดิศ ชนะวรรณโณ นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และหัวหน้าสวนราชการ ผู้นำท้องถิ่นพร้อมกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับ ซึ่งบ้านทั้งสามหลังใช้งบประมาณในการก่อสร้างและซ่อมแซมเป็นเงินไม่น้อยกว่า 100,000 บาท ซึ่งทาง มทบ.41 จะรับได้ดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกโซเชี่ยลได้มีการตั้งประเด็นและคำถามเกี่ยวกับการแก้ปัญหาอุกภัยท่วมซ้ำซากจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับความเสียหายประชาชนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสทุกปี แม้ทางรัฐบาลจะสานต่อโครงการอ่างเก็บน้ำตามแนวพระราชดำริ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในหลวงรัฐบาลที่ 9 ซึ่งได้สร้างอ่างเก็บน้ำแค่แห่งเดียวคืออ่างเก็บน้ำหวยน้ำใส ใน ต.วังอ่าง อ.ชะอวด ทำให้ไม่ครบตามแนวพระราชดำริ เหลืออีก 7-8 แห่งที่ต้องระงับยับยั้งเอาไว้ เนื่องจากมีผู้ไม่เห็นด้วยและต่อต้าน แต่แม้รัฐบาลนี้พร้อมที่จะจัดงบประมาณสนับสนุนการสร้างอ่างเก็บน้ำที่เหลือทั้งหมด พรอมสร้างคลองฟัลเวย์ขนาดใหญ่รับน้ำจากเทือกเขาหลวงทางทิศตะวันออก ระบายเลี่ยงเมือง 2 ทางคือทางทิศเหนือและทิศใต้
โดยหลายฝ่ายเชื่อว่าหากสามารถดำเนินการได้ครบทุกแห่งตามแนวพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 จะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมตัวเมืองนครศรีธรรมราช และพื้นที่อื่น ๆ ได้อย่างถาวร แต่ก็มีปัญหาเมื่อมีการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาคัดค้านต่อต้านเหมือนเดิม ชาวโลกโซเชียลจึงตั้งประเด็นว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองและพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้อย่างไร พร้อมสอบถามว่าบุคคลหรือองค์กรที่ออกมาคัดต่อต้านคัดการโครงการมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร รวมทั้งมีส่วนรับผิดชอบช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหาย เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสอย่างไร โดยยาวคนถึงกับประกาศชัดเจนว่าหากมีการออกมาต่อต้านคนเมืองคอนจะต้องรวมพลังต่อต้านองค์กรหรือหน่วยงานที่ตัดค้านและสนับสนุนรัฐบาลให้ดำพำเนินการตามแนวพระราชดำริจนครบถ้วนตามพระราชประสงค์จองในหลวงรัชกาลที่ 9.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
