ดูกันชัดๆ..!? เปิดภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ข้ามรั้วเหล็กดัดร้านทอง ข่มขู่พนักงานหยิบสร้อย 18 เส้นส่งให้คนร้ายอย่างง่ายดาย..!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีคนร้ายคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อแขนยาว ใส่แว่นตาดำและหมวกผ้าใบใหญ่สีดำ พร้อมผ้าคาดปกปิดใบหน้า ขับรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ จำเลขทะเบียนได้แค่ "26" มาจอดหน้าร้านก่อนจะควงปืนขนาด .357 บุกจี้ห้างทองจิราพร" เลขที่ 104/17 ถนนทุ่งใหญ่-พระแสง หมู่ 7  ต.บางรูป  อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช โดยคนร้ายไม่สามารถเข้าไปถึงตู้โชว์ทองในร้านได้เพราะทางร้านติดลบูกกรงเหล็กดัดไว้อย่างแน่นหาและแข็งแรง จึงใช้ปืนเล็งผ่านลูกกรงเหล็กดัดไปที่พนักงานขาย 2 คนคนหนึ่งวิ่งหลบไปหลังเคาท์เตอร์ แต่อีกคนหนึ่งไม่กล้าวิ่งเพราะคนร้ายข่มขู่ว่าจะยิงให้ตาย พร้อมสั่งให้พนักงานสาวหยิงสร้อยคอทองคำหนักเส้นละ 1 บาทจำนวน 16 เส้น และเส้นละ 2 บาท อีก 2 เส้นรวมทองคำหนัก 20 บาทยื่นส่งให้คนร้ายอย่างง่ายดาย ก่อนับรถ จยย.หลบหนีทางไปทาสง อ.พระแสง จ.สุราษฏร์ธานี เหตุเกิดเมื่อเย็นวานนร้ (13 ธ.ค.) ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ดูกันชัดๆ..!? เปิดภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ข้ามรั้วเหล็กดัดร้านทอง ข่มขู่พนักงานหยิบสร้อย 18 เส้นส่งให้คนร้ายอย่างง่ายดาย..!!

ดูกันชัดๆ..!? เปิดภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ข้ามรั้วเหล็กดัดร้านทอง ข่มขู่พนักงานหยิบสร้อย 18 เส้นส่งให้คนร้ายอย่างง่ายดาย..!!

ดูกันชัดๆ..!? เปิดภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ข้ามรั้วเหล็กดัดร้านทอง ข่มขู่พนักงานหยิบสร้อย 18 เส้นส่งให้คนร้ายอย่างง่ายดาย..!!

(14 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ปรีชา ปัญญาเลิศ ผกก. สภ.ทุ่งใหญ่ ได้เรียกเจ้าหกหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ต.ท.ดร.ก่อเกียรติ ทองนุ่น สวป. พ.ต.ต.สมนึก สุวรรณวงศ์ สว.สส.กำลังตำรวจชุดสืบสวน รวมทั้ง  ร.ต.อ.ศุภวิทย์ ไชยประพันธ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี มาประชุมวางแผนในการสอบสวนสืบสวนคลี่คลายคดีและติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้ เพราะเป็นคดีที่คนร้ายก่อเหตุอย่างเย้ยกฎหมาย เป็นที่สนใจของประชาชาและผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างมาก  โดยได้เชิญนางจิรา เชิดชู อายุ 37 ปี เจ้าของร้านพร้อมพนักงานขายทองประจำร้าน 2 คนที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวนปากคำอย่างละเอียด

นอกจากนี้ยังนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ทั้งกล้องด้านหน้าและด้านหลังมาร่วมกันพิจารณาอย่างละเอียด ซึ่งจากภาพในกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนเกิดเหตุพนักงาน 2 คนนั่งอยู่ในร้าน ซึ่งจัดแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนด้านเป็นเคาท์เตอร์สำหรับนั่งต้อนรับลูกค้าด้านหน้าเคาท์เตอร์ติดตั้งเหล็กดัดสแตนเลสอย่างแน่นหนาและแข็งแรง  ในขณะที่ด้านหลังเป็นเคาท์เตอร์อีกชั้นหนึ่งพร้อมตู้โชว์ทอง มีช่องว่างระหว่างเคาท์เตอร์หน้าและหลังประมาณ 2 เมตร ในขณะที่สองพนักงานนั่งรอต้อนรับลูกค้าคนละมุมเคาท์เตอร์ด้านหน้า และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วย จังหวะนั้นได้ยินเสียงรถ จยย.ขับเข้ามาจอดหน้าร้าน และคนร้ายเดินปรี่ตรงเข้ามาก่อนชักปืนออกมาเล็งลอดผ่านลูกกรงเหล็กดัด ทำให้สองพนักงานตกใจรีบวิ่งตรงไปยังเคาท์เตอร์ด้านหลังเพื่อหลบหลัวเคาเตอร์ โดยสามารถวิ่งหลบไปหลังเคาท์เตอร์ได้คนหนึ่ง แต่อีกคนยังไม่ทันพ้นเข้าหลังเคาท์เตอร์คนร้ายก็ตะคอกขู่ให้หยุด หากไม่หยุดจะยิงให้ตาย  พนักงานสาวเกิดความกลัวจึงหยุดวิ่ง และคนร้ายใช้กระบอกปืนกระดกพร้อมสั่งให้หยิบสร้อยคอทองคำมาส่งให้

ดูกันชัดๆ..!? เปิดภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ข้ามรั้วเหล็กดัดร้านทอง ข่มขู่พนักงานหยิบสร้อย 18 เส้นส่งให้คนร้ายอย่างง่ายดาย..!!

ดูกันชัดๆ..!? เปิดภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ข้ามรั้วเหล็กดัดร้านทอง ข่มขู่พนักงานหยิบสร้อย 18 เส้นส่งให้คนร้ายอย่างง่ายดาย..!!

ดูกันชัดๆ..!? เปิดภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ข้ามรั้วเหล็กดัดร้านทอง ข่มขู่พนักงานหยิบสร้อย 18 เส้นส่งให้คนร้ายอย่างง่ายดาย..!!

พนักงานสาวคนดังกล่าวจึงเอื้อมมือไปหญิงสร้อยคำทองคำมายื่นให้คนร้าย โดยคนร้ายตะคอกขู่ว่าให้ไปหยิบมาเพิ่มอีก ซึ่งในจังหวะนั้นคนร้ายและชักปืนกลับออกมาจากช่องลูกกรงเหล็กดัดและเดินมาทางด้านซ้ายมือก่อนจะชักปืนแหย่ผ่านช่องลูกกรงอีกช่องหนึ่ง โดยพนักงานขายหยิบสร้อยคำทองคำส่งให้คนร้ายต่อเนื่อง 4-5 เที่ยว จนคนร้ายพอใจและชักปืนกลับออกมาจากช่องลูกกรงเหล็กดัด ก่อนจะหันหลังกลับไปขับรถ จยย.หลบหนีไปอย่ารวดเร็ว  จากการพิจารณาหากพนักงานสาวมาตกใจจนเกินไป หรือเป็นพนักงานผู้ชายน่าจะใช้ช่วงใดช่วงหนึ่งวิ่งหลบเข้าไปหลังเคาท์เตอร์ได้ไม่ยาก จะจากการพิจารณาอาวุธปืนขนาด .357 ที่คนร้ายถือมีความยาวลำกล้องผิดมาตรฐานและดูเหมือนจะเบาเกินไป จึงมีความเป็นไปได้สูงจะเป็นอาวุธปืนปลอมอย่างไรก็ตามในเบื้องต้นยังไม่พบพิรุธใด ๆ กับสาวพนักงานขาย จึงรวมรวบข้อมูลไว้เพื่อติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนต่อไป

                สำหรับร้านทองดังกล่าวนับเป็นร้านทองที่ตั้งอยู่ในจุดเปลี่ยว และอยู่ในพื้นที่ชนบทระดับตำบลเท่านั้น โดยเขตรอยต่อ ระหว่าง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช กับ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ไม่เหมาะที่จะเปิดสถานประกอบการร้านทองแม้แต่น้อย  และเสี่ยงที่จะเกิดการประทุษร้ายลัก วิ่งชิงปล้นร้านทองได้ และเมื่อปี 2559  เคยถูกคนร้ายเป็นแรงงานต่างด้าว ใช้ปืนจี้ชิงทองมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายพร้อมของกลางได้ ทางร้านจึงป้องกันด้วยการติดลูกกรงเหล็กดัดและกล้องวงจรปิด แต่ไม้คนร้ายจะไม่สามารถเข้าไปภายในร้านไดทำได้แค่การชักปืนเล็งเข้าไปที่พนักงานในร้านและข่มขู่ให้พนักงานหยิบสร้อยคำทองคำให้ พนักงานก็หวาดกลัวจนสร้อยคอทองคำให้คนร้ายหนักรวม 20 บาทอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ.

ดูกันชัดๆ..!? เปิดภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ข้ามรั้วเหล็กดัดร้านทอง ข่มขู่พนักงานหยิบสร้อย 18 เส้นส่งให้คนร้ายอย่างง่ายดาย..!!

ดูกันชัดๆ..!? เปิดภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ข้ามรั้วเหล็กดัดร้านทอง ข่มขู่พนักงานหยิบสร้อย 18 เส้นส่งให้คนร้ายอย่างง่ายดาย..!!

ดูกันชัดๆ..!? เปิดภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ข้ามรั้วเหล็กดัดร้านทอง ข่มขู่พนักงานหยิบสร้อย 18 เส้นส่งให้คนร้ายอย่างง่ายดาย..!!

ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.นครศรีธรรมราช