- 19 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ความเดือดร้อนขยายวงกว้างแล้ว ทวีความเดือดร้อนกันทั่วหน้า ล่าสุดมีผลกระทบถึงการท่องเที่ยว และภาคเศรษฐกิจ ไปแล้ว จากกรณีรถติดวินาทสันตะโร หลังจากที่ทางกรมทางฯ ปิดทาง เข้า-ออก ทางคู่ขนาน สาย 7 ทำรถติดยาวนับชั่วโมง ในชั่วโมงเร่งด่วนนับกิโล ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั่วหน้า ล่าสุดเริ่มมีผลกระทบทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแล้ว
เมื่อ(18 ธ.ค.60)นาย วสันต์ เต็มศิริพงศ์ นายกสมาคมการท่อวเที่ยวชลบุรี ได้กล่าวถึงกรณี รถติดแบบวินาทสันตะโร ในทางคู่ขนาน สาย 7 ในชั่วโมงเร่งด่วน จากผลของการที่กรมทางฯ ได้ปิดทาง เข้า-ออก ตลอดเส้นทางหลวงหมายเลข 7 จนส่งผลให้ในเส้นคู่ขนานเกิดรถติดสะสม กันอย่างวินาทสันตะโร สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและภาคอุสาหกรรม เศรษฐกิจ เนื่องจากในพื้นที่ทางผ่านเป็นเส้นทางที่รถบรรทุกตู้สินค้าและรถพ่วง หัวลากใช้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีลานตู้มากมาย ตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ยังเป็นนิคมอุสาหดรรมด้วย หากปล่อยไว้นาน ความเดือดร้อนยิ่งขยายวงกว้าง ล่าสุดเริ่มมีผลกระทบกับ การท่องเที่ยวแล้ว ซึ่งในส่วนผู้เกี่ยวข้องและฝ่ายที่รัยผิดชอบโดยตรงคือกรมทางหลวง จะต้องเร่งหาทางแก้ไขโดยด่วน อย่าปล่อยให้ความเดือดร้อนขยายวงกว้างไปมาก หากประชาชนและชาวบ้านทนไม่ได้ อาจมีการรวมตัวกัน ยิ่งจะสร้างปัญหาที่จะสร้างลำบากมากขึ้นไปกันใหญ่
ยิ่งถ้าประชาชนมาจากกรุงเทพ จะออกเข้าคู่ขนาน จะต้องออกตรงบริเวณบางพระ และกว่าจะมาถึง สุรศักดิ์ ก็มีระยะทางกว่า 20 กิโล แถมยังมีมีรถจากซอย รถพ่วงหัวลาก และไฟแดง อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากยังส่งผลให้รถที่เลยจุดทางออกทางคู่ขนาน ก็ต้องไปออกตรงจุดขาเข้าแหลมฉบัง และยิ่งถ้าเป็นชั่วโมงเร่วด่วนก็ยิ่งมีรถติดเป็นจำนวนมากและใช้เวลาเดินทางยาวนานขึ้นกว่าเดิมนับชั่วโมง
ล่าสุดทางกรมทางหลวงได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบถึงปัญหาดังกล่าวนี้แล้ว และยังคงยืนยันที่ต้องปิดทาง เข้า-ออก มอเตอร์เวย์ ไม่สามารถที่จะเปิดได้ เพราะต้องมีการควบคุมข่องทางหลัก และระบบก็ได้วางไว้หมดแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็จะต้องหารือเพื่อหาทาวแก้ไขปัญหาและผลกระทบดังกล่าวอีกทีและพร้อมดำเนินการให้เร็วที่สุด
ภาพ/ข่าว สิงห์ทอง ทองมาลา/สมชาย แก้วนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชลบุรี
